| พญาครุฑกับพญานาค
 พญาครุฑกับพญานาค
พญาครุฑกับพญานาค ครุฑกับพญานาค
เป็นสัตว์ที่จองเวรกันมาแต่ดึกดำบรรพ์
ทั้งสองตัวนี้ถ้าพบกันเมื่อใดต้องต่อสู้ถึงตายไปข้างหนึ่ง
และก็เป็นฝ่ายพญานาคที่มักจะประสบความพ่ายแพ้อยู่ตลอด
นานครั้งพญานาคจึงจะเป็นฝ่ายได้เปรียบ เรื่องนี้มีในชาดก
กล่าวไว้คือ ...
ครั้งหนึ่งมีพ่อค้าสำเภากลุ่มหนึ่งบรรทุกสินค้าเต็มเรือแล่นออกไปในทะเล
ขณะอยู่กลางทะเล เกิดพายุพัดเรือสำเภาอัปปางลง
มีพ่อค้าคนหนึ่งถูกคลื่นซัดเข้าฝั่งจึงเหลือรอดเพียงคนเดียว
แต่เสื้อผ้าก็ถูกน้ำซัดหายไปหมด
ด้วยความหิวก็เดินแก้ผ้าถือกะลาไปขอทานเขากินตามหมู่บ้าน
ชาวบ้านเข้าใจว่าเป็นนักบวชชีเปลือยที่มีความมักน้อยสันโดษมากไม่ยึดติดใน
เสื้อผ้าอาภรณ์ ก็เลยพากันกราบไหว้ นำของมาทำบุญกันเป็นอันมาก
ชีเปลือยหรือนักบวชปลอมผู้นี้ พอได้ลาภสักการะง่ายๆ
จึงยึดอาชีพไม่นุ่งผ้าหลอกลวงชาวบ้านหากิน
บังเอิญพญาครุฑกับพญานาคที่ไม่ถูกกันกลับนับถือชีเปลือยด้วยกันทั้งคู่
ตอนนั้นพวกครุฑเสียทีพวกนาคจมน้ำตายไปจำนวนมาก
เมื่อพญาครุฑทราบว่าพญานาคมาคลุกคลีกราบไหว้ชีเปลือยเป็นประจำ
ใคร่จะหลอกถามความลับจากพญานาคให้ได้ จึงเข้าไปติดสินบน
ชีเปลือยให้ล้วงความลับ
ชีเปลือยรับสินบนแล้วได้หลอกถามพญานาค ด้วยความเคารพที่เป็นอาจารย์
พญานาคก็บอกความลับไป พอความลับถูกเปิดเผยพญาครุฑก็สามารถจับพญานาคขึ้นจากน้ำได้
พญานาคพอถูกจับก็รู้ทันทีว่าความลับของตนถูกเปิดเผยจึงรำพึงรำพันด้วยความ สงสัยว่า
"คนไร้ปัญญาชอบพูดพล่อย ไม่สงวนความรู้ ขาดความสำรวมกาย วาจา
ขาดวิจารณญาณในการแยกแยะเลือกเฟ้นคนดีคนชั่ว ย่อมประสบภัยที่เกิดแก่ตัวเอง
เหมือนเราต้องประสบภัยอันใหญ่หลวงจากพญาครุฑ"
ครุฑกับพญานาค
น่าจะเป็นประสบการณ์ที่เห็นนกชนิดหนึ่งมักจับงูทั้งบนบกและในน้ำ มาเป็นอาหาร
บางครั้งนกแบกน้ำหนักงูไม่ไหว ตกลงมาตายก็มาก
แต่เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าถึงทั้งสองจะไม่ถูกกัน ชอบจองเวรต่อกัน
หากไม่มีพวกลวงโลกมาเป็นมือที่สาม ทั้งสองก็ยังอยู่สบายต่อไป
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าผู้ใดสำคัญผิดมองคนอย่างผิวเผิน
หลงนับถือแล้วเปิดเผยความลับกับคนตระกูลถ่อย
ผู้นั้นคือคนโง่ย่อมถึงความหายนะอย่างมิต้องสงสัย
บทความดีๆ ที่มาคอลัมน์ ศาลาวัดข่าวสด |