| มีดหมอปากกา หลวงพ่อเอื้อน อัตตมโน วัดวังแดงใต้
 มีดหมอปากกา หลวงพ่อเอื้อน อัตตมโน วัดวังแดงใต้
พระครูอดุลวิริยกิจ หรือ หลวงพ่อเอื้อน วัดวังแดงใต้ ต.วังแดง
อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งลุ่มแม่น้ำป่าสัก วัตถุมงคลของท่านเข้มขลัง
ยอดเยี่ยมศักดิ์สิทธิ์ทั้งในด้านแคล้วคลาด คงกระพันชาตรี เมตตามหานิยม มีประสบการณ์เป็นที่ประจักษ์มาแล้ว
เราจะพบเห็นหลวงพ่อเสมอในงานปลุกเสกพระเครื่อง
และวัตถุมงคลที่ตามวัดต่าง ๆ นิมนต์ท่านมา
ทั้งนี้เพื่อให้บังเกิดความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์ เรียกได้ว่างานไหนไม่มี
หลวงพ่อเอื้อนแล้ว ดูเหมือนว่าการปลุกเสกจะไม่สมบูรณ์เอาเลย
ก่อนที่จะทราบเรื่องราวความเป็นมาของท่านและอภินิหารต่าง ๆ
มารู้จักความเป็นมาของวัดวังแดงใต้กันเสียก่อน วัดนี้เป็นวัดเล็ก ๆ
สร้างขึ้นในตอนต้นกรุงรัตนโกสินทร์ อยู่ริมแม่น้ำป่าสักด้านทิศเหนือ
บ้านวังแดงเป็นหมู่บ้านที่จัดแต่งผลหมากราก ไม้และเครื่องใช้ต่าง ๆ ส่งเข้าวัง
ซึ่งอยู่ไม่ไกลจาก วังเก่ามากนัก
ปัจจุบันคือบริเวณใกล้วัดร้อยไร่หรือโรงเรียนท่าช้างพิทยาซึ่งมีโครงสร้าง
ฐานอิฐเก่าแก่มากมาย จากการสันนิษฐานของนักโบราณคดีบอกว่า
เป็นที่ตั้งของวังเล็ก ๆ และสถานที่เก็บสิ่งของ ที่พักช้าง ที่พักม้า
แต่ก่อนตรงวัดร้อยไร่นั้นทางเดินข้ามแม่น้ำจะเป็นก้อนหินก้อนโต ๆ มากมาย ต่อมาการ
ขนส่งสินค้าต้องใช้ทางเรือ จึงมีการลอกร่องน้ำ ส่วนการสร้างวัดวังแดงใต้
อาจสร้างขึ้นทีหลัง เพราะไม่มีหลักฐานว่าเป็นวัดที่สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา
สำหรับลำดับเจ้าอาวาสนั้นมีมาแล้วกี่รูปก็ไม่แน่ชัด รู้แต่ว่าปัจจุบัน
มีหลวงพ่อเอื้อนเป็นเจ้าอาวาส ประวัติหลวงพ่อเอื้อน
วัดวังแดงใต้ หลวงพ่อเอื้อน อตตมโน มีนามเดิม เอื้อน นามสกุล
พันธุมิตร เกิดเมื่อวันที่ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๔๘๓ ที่บ้านเลขที่ ๑ หมู่ ๖ ตำบลวังแดง
อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ่อแม่ของท่านประกอบอาชีพในการทำนา
และพ่อของท่านยังเป็นหมอแผนโบราณมีความเชี่ยวชาญรักษาโรค ปัดเป่าโรคภัยไข้เจ็บ
เล่าเรียนด้านมนต์คาถาศักดิ์สิทธิ์ ทั้งการดูฤกษ์พานาที
ทำนายทายทักก็ถือว่าค่อนข้างมีคนให้ความเลื่อมใสอย่างมาก
หลวงพ่อเอื้อนมีพี่น้องด้วยกัน ๗ คน
ครอบครัวของท่านเป็นครอบครัวชาวนาเหมือนชาวบ้านในละแวกเดียวกัน ชีวิตในวัยเยาว์
ท่านก็ช่วยเหลือครอบครัวเท่าที่ช่วยได้ นิสัยตอนเด็กของท่านนั้นเปี่ยมไปด้วยเมตตา
ไม่เคยเอาเปรียบใคร ๆ ช่วยเหลือคนอื่น ไม่ชอบการรังแกกลั่นแกล้ง
ถึงท่านจะเป็นเด็กที่มีรูปร่างค่อนข้างสูงใหญ่กว่าคนอื่น
เมื่อเข้าเรียนหนังสือท่านยิ่งไม่ชอบการเอาเปรียบและกลั่นแกล้ง ใครจะมาแกล้งท่าน
ท่านก็ไม่ยอมใครเหมือนกัน อยู่ไปนานวันเข้าก็ไม่มีใครมารังแก
เพราะใจมันสู้ซะอย่าง
พอจบชั้นประถมปีที่สี่แล้วก็ออกมาช่วยพ่อแม่ทำนา ทั้งเลี้ยงวัว เกี่ยวหญ้า
บางคราวก็ไปหาปลามาประกอบอาหาร เพราะในสมัยนั้นทำนาได้ปีละครั้ง
หมดหน้าทำนาแล้วก็ไม่มีอะไร อยู่กับบ้านทำงานต่างๆ ไป
ด้วยความเป็นคนที่ชอบความสงบ
สมัยนั้นชอบมากที่สุดคือในช่วงคืนเดือนหงาย พระจันทร์สาดส่อง
สว่างไสวเป็นสีเหลืองที่งดงามมาก ท่านบอกดูแล้วมีความสุข
ด้วยการที่เราไปเที่ยวบ้านเหนือบ้านใต้ก็ต้องระวังตัว
เจ้าถิ่นเขาคอยจะหาเรื่องทะเลาะวิวาท
ยิ่งถ้าไปจีบสาวในหมู่บ้านนั้นด้วยยิ่งแล้วเลยต้องเจอดีแน่นอน
ท่านเองจึงไม่ค่อยชอบไปเที่ยวที่ไหน
ช่วงที่เริ่มเป็นหนุ่มนั้นก็ถือว่าพอตัวเหมือนกัน คือไม่ยอมให้ใครมารังแก
แต่ก็ไม่เคยไปรังแกใคร ไปบ้านไหนก็อ่อนน้อมถ่อมตน
แล้วอีกอย่างหนึ่งก็เล่าเรียนวิชามาเหมือนกัน โยมพ่อได้ถ่ายทอดให้
ตอนนั้นที่ว่าแน่นั้นต้องเสกปูนคาดคอ ขอดชายผ้าติดตัว บางครั้งก็เสกใบพลูกิน
เรียกว่าพอเสกอะไรแล้ว ต้องลองกันได้เลย
ถึงจะมั่นใจว่าไปแล้วไม่มีคำว่าเลือดไหลให้แมลงวันกิน ชีวิตเริ่มเป็นหนุ่มมากขึ้น
ท่านกลับต้องช่วยโยมพ่อ
บางครั้งโยมพ่อจะสอนให้ทำกรรมฐาน ทำให้มีจิตใจสงบ ไม่ฟุ้งซ่าน
ตอนแรก ๆ นั้นก็ทำไม่ค่อยได้ ใจคิดอะไรต่ออะไรไปเรื่อยเปื่อย
แต่พอบอกว่าเรียนมนต์คาถาต่าง ๆ ทำให้มีความสนใจ ตอนหลังถึงเข้าใจว่านั่นคือสมาธิ
แต่การฝึกฝนทำสมาธิให้สงบ เมื่อนั่งแล้วต้องเห็นอะไร เมื่อจิตมีความสงบ มีสติ
ก็ทำให้เกิดปัญญา มีความคิดรอบคอบ จะทำอะไรก็ไม่ผิดพลาด
ต้องใช้การพิจารณาก่อน ชีวิตตอนเป็นหนุ่มของท่าน
ไม่มีเรื่องที่ต้องทำให้พ่อแม่ต้องทุกข์ร้อนใจ มีแต่คอยให้ความช่วยเหลือเพื่อน ๆ
ช่วยงานทางบ้านทุกอย่าง หลวงพ่อท่านเล่าให้ฟังว่า ตอนใกล้บวชพระนั้น
มีความเบื่อหน่ายมาก เบื่อชีวิตในการครองเรือน เพราะเห็นเพื่อน ๆ
มีความเดือดร้อนหลายคน บางคนมีลูกเมียแล้วก็ต้องพลัดพรากกัน ป่วยไข้ทรมาน
แม้คนในหมู่บ้านที่ป่วยตายนั้นก็หลายคน ยิ่งมาพบเห็นชาวบ้านตายตอนโรคห่าระบาด
ท่านบอกตอนนั้นกลัวเหมือนกัน พอเย็นลงมันวังเวงที่สุด
บ้านของท่านมีคนแวะเวียนมาไม่เคยขาด เขามาขอให้ช่วยเหลือปัดเป่าให้โรคร้ายนั้นหายไป
พ่อของท่านก็ทำน้ำมนต์ใส่กระถางใบโต เสกนานเป็นชั่วโมง
ท่านมาคิดได้ว่าชีวิตคนเรานี้ เมื่อเกิดแล้วก็ต้องป่วยไข้
หากไม่ป่วยไข้อาจถูกคนทำร้ายตาย บางคนยากจนแสนเข็ญหากินจนตาย ทำให้ปลงว่า
ชีวิตนี้ต้องตายทุกคน บางรายนอนป่วยนานเป็นเดือนถึงตาย บางรายกว่าจะตายทรมานมาก
อันนี้เกิดขึ้นด้วยผลแห่งกรรม ต่อมาเมื่ออายุ ๒๒ ปี
จึงได้เข้าพิธีอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดบึง อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา
ได้มีโอกาสศึกษาวิชาวิปัสสนากรรมฐานตามแบบอย่างหลวงพ่อตาบ แห่งวัดมะขามเรียง อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี
รวมทั้งศึกษาการเขียนยันต์ตะกรุดจากหลวงพ่อตาบ จน พ.ศ. ๒๕๑๔
จึงได้ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดวังแดงใต้
ได้พัฒนาวัดแห่งนี้จนมีความเจริญรุ่งเรืองมาโดยลำดับ
ปัจจุบันชื่อเสียงท่านโด่งดังไปไกลถึงต่างประเทศ ทั้ง มาเลเซีย สิงคโปร์
เดินทางมากราบท่านถึงวัด ท่านสร้างวัตถุมงคลแต่ละชนิดออกมาน้อย
แต่มีประสบการณ์สูง ทั้งด้านอยู่ยงคงกระพันชาตรี เมตตามหานิยม แคล้วคลาดปลอดภัย วัตถุมงคล พระเครื่องของท่านจึงเป็นที่ต้องการในหมู่ลูกศิษย์อย่างมาก

วัตถุมงคลหลวงพ่อเอื้อน ที่มีชื่อเสียงโด่งดังอย่างมากก็เช่น
มีดหมอปากกา และตะกรุดต่าง ๆ ซึ่งล่าสุดท่านได้ออกให้บูชา และได้รับความนิยม
อย่างสูงในขณะนี้ เครื่องรางของขลัง มีดหมอปากกา ปี ๕๑ ตอกโค้ด
วิธีการสร้างจะเหมือนกับมีดรุ่นแรกทุกประการ แต่จะมีการฝังตะกรุดที่ด้ามมีดด้วย ๑
ดอก ที่ใบมีดเป็นทองแดง สร้างไม่น่าจะเกิน ๒,๐๐๐ ด้าม
ส่วนใบมีดเป็นเงินสร้างไม่เกิน ๓๐๐
ด้าม
เป็นมีดหมอปากการุ่นแรกที่ใช้การปั๊มที่ใบมีด
เพราะมีดรุ่นแรกของท่านจะใช้กรดกัด
แต่ปัจจุบันอาจจะเป็นเพราะการทำที่ยุ่งยากและอันตรายมาก
ท่านก็เลยเปลี่ยนมาใช้วิธีเป็นการปั๊มแทนแบบเก่า
นอกจากมีดหมอปากกาแล้ว ท่านยังเก่งวิชาทำตะกรุด หลวงพ่อเอื้อน ได้วิชา ตะกรุดหน้าผากเสือ จากหลวงพ่อตาบ วัดมะขามเรียง
เกจิอาจารย์ที่เก่งกล้าในอดีตของ จ.สระบุรี (หลวงพ่อตาบท่านเป็นศิษย์ หลวงพ่อพรหม
วัดช่องแค นครสวรรค์ และหลวงพ่อนอ วัดกลางท่าเรือ) ส่วนวิชามีดหมอ
ท่านได้จากหลวงพ่อแจ่ม วัดวังแดงเหนือ ตะกรุดของหลวงพ่อเอื้อน ที่นิยมมากคือ
ตะกรุดโสฬสมหามงคล ซึ่งต้องเป็นผู้มีพลังจิตกล้าแข็งถึงจัดสร้างได้
 ตะกรุดโทนโสฬสมหามงคล หลวงพ่อเอื้อน
ตะกรุดโทนโสฬสมหามงคล ดอกยาว ๔ นิ้ว
ด้านในหลวงพ่อลงอักขระที่แผ่นทองแดงม้วนแล้วถักด้วยเชือก ลงสีทองด้านนอก มีลูกสะกด
ด้านข้าง ๒ อัน หลวงพ่อจารมือครบสูตร
 ตะกรุดหนังเสือ
ตะกรุดหนังเสือ ยาวประมาณ ๔ นิ้ว หลวงพ่อเอื้อน
ท่านเขียนอักขระบนหนังเสือ และแผ่นทองเหลือง วิชาที่ท่านใช้ลงจะเป็นโสฬสมหามงคล
มหาอุด และมหาอำนาจ แล้วม้วนหนังเสือบนแผ่นทองเหลืองซ้อนกันทั้ง ๓ แผ่น
ใส่หลอดให้ผู้ที่นับถือท่านเช่าบูชา

ตะกรุด ๓ กษัตริย์ ยาว ๔ นิ้ว หลวงพ่อเอื้อน
ท่านเขียนอักขระบนแผ่นโลหะ ๓ แผ่น โดยลงอักขระวิชา โสฬสมหามงคล
และมหาอุดไว้แต่ละแผ่น แล้วม้วนซ้อนกันทั้ง ๓ แผ่น ถักด้วยเชือก แล้วจึงทาด้วยสีทอง
จากนั้นนำมาถักสายคาดเอวด้วยเชือก พร้อมกับร้อยลูกสะกดไว้ทั้งสองข้าง
มีจารที่ลูกสะกดด้วย
 ตะกรุดปลอกลูกปืนหลวงพ่อเอื้อน
วัดวังแดงใต้
ตะกรุดปลอกลูกปืน ยาว ๓.๘ ซม. ด้านในบรรจุตะกรุดม้วนจารมือหลวงพ่อ
อีกทั้งมีจารและตอกโค้ดที่ปลอกลูกปืนด้วย
สำหรับท่านที่สนใจอยากจะเดินทางไปกราบหลวงพ่อนั้นไม่ยาก
ไม่ต้องวุ่นวายมีคนมาคอยจัด คิว ใครไปก็เข้าหาท่านได้ตลอด ท่านใดมีโอกาสไป
จ.พระนครศรีอยุธยาแล้วผ่านไปแถว อ.ท่าเรือ อย่าลืมแวะไปกราบท่านนะครับ.
คอลัมม์นี้ไม่มีวัตถุมงคลให้เช่าบูชา อาราธนานัง-รายงาน ที่มาหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm? page=content&categoryId=502&contentId=19708 |