| กุมารทองสมบัติ ขุนแผนทรงเครื่อง หลวงพ่อพูล วัดไผ่ล้อม

กุมารทองสมบัติ ขุนแผนทรงเครื่อง หลวงพ่อพูล
วัดไผ่ล้อม กุมารทองสมบัติ
ซึ่งอยู่คู่กันมาตั้งแต่เมื่อครั้งที่เป็นสงฆ์วัยหนุ่ม หลวงพ่อพูล อัตตะรักโข
พระอมตะเถราจารย์ แห่งวัดไผ่ล้อม จังหวัดนครปฐม
กุมารทอง จะว่าเป็น คตินิยมของคนโบราณ ก็ไม่ใช่
เพราะมิได้มีทุกบ้าน จะเลี้ยงเฉพาะที่ศรัทธาและ ชมชอบกันเป็นเพียงส่วนตัว
แต่ก็มีการสืบสานความเชื่อกันมาอย่างยาวนาน
กุมารทอง เป็น ความเชื่อทางไสยศาสตร์เกี่ยวกับจิตวิญญาณและเครื่องราง ของขลัง ด้วยการเลี้ยงภูตผีปิศาจไว้ใช้งาน
ด้วยวิญญาณของเด็กชายที่สิงสถิตอยู่นั้นสามารถแสดงตัวให้คนในบ้านเห็น
หรืออาจช่วยดูแลบ้านในยามที่เจ้าของไม่อยู่ เดิมทีกุมารทองมาจาก
วิญญาณของเด็กที่ตายในท้องแม่ หรือเรียกว่า ตายทั้งกลม ผู้มีวิชาอาคมจะนำ
พาวิญญาณเด็กนั้นมาเลี้ยงเป็นลูก
จากหลักฐานที่พบในเอกสารโบราณ
ว่านำเอาเด็กตายทั้งกลมผ่าออกมาจากท้องแม่แล้วเอามาย่างไฟให้แห้งสนิทก่อนรุ่งอรุณ
แล้วจึงลงรักปิดทองให้ทั่วจึงเรียกว่า กุมารทอง
ตามตำรานั้นเป็นไสยศาสตร์ยุคที่เรียกว่า
กรรมฐานนิพานสูตร...ขุนแผนได้ฆ่านางบัวคลี่เอาบุตรตัวเองในท้องมาประกอบพิธีกรรม
เป็นกุมารทอง ในยุคต่อมาสภาพสังคมและวัฒนธรรมพัฒนามากขึ้น
ทำให้ไม่สามารถสร้างกุมารทองจากทารกจริงๆได้ จึงได้ดัดแปลงใช้
มวลสารอื่นๆแทน อย่างเช่น ดินเจ็ดป่าช้า เถ้ากระดูกคนตาย อะไรต่อมิอะไรอีกจิปาถะ
ซึ่งถือว่ามีพลังในทางเฮี้ยนแล้วมาเข้าพิธีกรรม จนมีอิทธิฤทธิ์ ความเข้มขลัง
คอยปกป้องคุ้มครองผู้เป็นเจ้าของและในช่วงขณะเดียวกันก็จะ
ส่งผลให้เจ้าของนั้นได้รับแต่ความสุข มีโชคลาภ มีเมตตามหานิยม
ทำมาค้าขายก็มีความเจริญรุ่งเรืองยิ่งๆขึ้น

หลวงพ่อพูล อัตตะรักโข พระอมตะเถราจารย์ แห่งวัดไผ่ล้อม จังหวัดนครปฐม มี
รูปหล่อกุมารทองบูชาขนาดใหญ่ เนื้อสัมฤทธิ์กว้าง 9 นิ้ว สูง 15 นิ้ว
ชาวบ้านเรียกขานว่า กุมารทองสมบัติ
ซึ่งอยู่คู่กันมาตั้งแต่เมื่อครั้งที่เป็นสงฆ์วัยหนุ่มเนื่องจากไป
เป็นพระคู่สวดที่จังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมกับ หลวงพ่อเต้า
วัดเกาะไทรและอุปัชฌาย์ (หลวงพ่อล้ง วัดห้วยจรเข้)
กุมารทองสมบัติ คู่บุญบารมีหลวงพ่อพูล หลายคนมีประสบการณ์
หลังได้สัมผัสกราบไหว้บูชาแล้วเกิดสิ่งที่ไม่คาดฝัน
ล้วนเป็นสิ่งที่ดีๆงามๆเข้ามาในชีวิต
เคยค้าขายไม่ดีก็กลับตาลปัตรลืมตาอ้าปากได้อีกครั้งอย่างปาฏิหาริย์และจะมีปาฏิหาริย์รูปแบบดีๆอย่างนี้สม่ำเสมอ
ด้วยกุมารทองจะมีพลังควบคู่กับขุนแผน อีกทั้งความศักดิ์สิทธิ์ของกุมารทองสมบัติฯ
เป็นที่เลื่องลือในช่วงคาบเวลานั้น เมื่อปี 2500 หลวงพ่อพูลจึงสร้างพระขุนแผน
ด้วยมวลสารเนื้อดิน กดพิมพ์ เรียกว่า ตำรับหลวงพ่อพูล
แจกให้กับศิษย์ที่ใกล้ชิดบูชากัน (ตอนนี้ 52 ปีผ่านไปแล้วคงหายาก)
อีกครั้งในวันที่ 22 พฤษภาคม 2548 (วันวิสาขบูชา) หลวงพ่อพูลก็ได้สร้างกุมารทอง
สมบัติเป็นที่ระลึกพิธีไหว้ครูบูรพาจารย์ ร่วมสร้าง ฌาปนสถานปลอดมลพิษ
โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น
 พระขุนแผนทรงเครื่อง
กุมารทอง วัดไผ่ล้อม เพื่อสืบสานปณิธานของหลวงพ่อพูล...พระครูปลัดสิทธิวัฒน์
(หลวงพี่น้ำฝน) เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อมรูปปัจจุบัน
ซึ่งเป็นศิษย์เอกและก้นกุฏิของหลวงพ่อพูล จะสร้างศาลากุฏิทรงไทยถวายผู้เป็นครู
(หลวงพ่อพูล)
จึงได้สืบสานในการสร้างพระเครื่อง-วัตถุมงคลพระขุนแผนกับกุมารทอง
ตามนิมิตบัญชาเป็น กุมารทองสมบัติถือถุงเงินถุงทอง กับ พระขุนแผนทรงเครื่อง
ด้านหน้าเป็น พระทรงเครื่องจักรพรรดิ ขัตติยราชเต็มยศแบบกษัตริย์
สวมมงกุฎทรวงกรายลายกลีบบัว ฉากหลังรังสรรค์ด้วยซุ้มเรือนแก้วแห่งธรรมะปราสาท
ด้านหลังเป็น เทพกุมารทองสมบัติคู่บุญบารมีหลวงพ่อพูล มือขวาถือถุงเงิน
มือซ้ายถือถุงทอง พร้อมจารึกยันต์คาถาศักดิ์สิทธิ์ เงินทองไหลมานะชาลีติ เอหิลาภังมานิมามา
เอหิ โภคังมานิมานา ฯลฯ เป็นมงคลระลึก
พระขุนแผนทรงเครื่อง
เป็นการสืบสานการทำวัตถุมงคลในยุคศรีอยุธยาตอนปลาย ตามพุทธประวัติของ
มหาชมพูบดีสูตร ว่า
 หลวงพี่น้ำฝน
พระมหาชมพู กษัตริย์ที่มีฤทธานิภาพเป็นบุญญาธิการ ซึ่งไม่ยอมรับนับถือพุทธศาสนา
ครั้งนั้น พระพุทธเจ้าจึงเนรมิตพระองค์เป็นอย่างพระมหาจักรพรรดิขัตติยราชเต็มยศ
แล้วแสดงธรรมโปรด จนชมพูกษัตริย์ลดทิฐิลงแล้วเกิดความเลื่อมใส
ยอมรับนับถือพระพุทธศาสนา จึงเอาชุดทรงเครื่องนี้มาเป็นพลัง
เพื่อให้เกิดความขลัง
ซึ่งจะนำเข้าประกอบพิธีกรรมโดยอาศัยช่วงดึกสงัด เที่ยงคืนของวันที่ 19
ธันวาคมเป็นต้นไป จนถึงช่วงพระอาทิตย์ขึ้นเป็นเช้าของวันที่ 20 ธันวาคม ด้วยคาบเวลา
5 ชั่วโมง 49 นาที ให้แล้วเสร็จพิธีกรรม ดั่งเช่นในอดีตโบราณ
ที่จะต้องย่างกุมารให้แห้งก่อนอรุณรุ่ง
โดยเริ่มจากสวดเจริญพระพุทธมนต์เป็นการนำแห่งมงคลพิธี
จากนั้นจะมีการสวดประจุเรียกธาตุ 32 คาถาขันธ์ 5 อายตนะ 6 พระคาถาต่างๆ คาถาเมตตามหานิยม คาถาเรียกทรัพย์ เมตตาค้าขาย คาถากุมารทองฯลฯ
บทสวดเรียกธาตุ 32 พระพุทธเจ้าตรัสถึงความสำคัญในชีวิตของมนุษย์ ประกอบด้วย
ปฐวี-ธาตุ (ธาตุดิน) อาโปธาตุ (ธาตุน้ำ) เตโชธาตุ (ธาตุไฟ) และ วาโยธาตุ (ธาตุลม)
ซึ่งรวมแล้วแบ่งย่อยเป็น 32 ธาตุ...และมีเพียง 2 ธาตุที่สามารถจับต้องได้ คือ
ปฐวีธาตุ กับอาโปธาตุ หลังจากประจุทั้ง 32
ธาตุที่มีอยู่ในกายของมนุษย์เข้าสู่ร่างของกุมารทอง
ก็จะทำให้สื่อแห่งความขลังมีชีวิตจิตใจและวิญญาณสามารถมีพลังดั่งเช่นมนุษย์
กุมารทอง วัดไผ่ล้อมเมื่อจบต้องตามกระบวนการพิชัยแล้ว
ก็จะจ่ายแจกแก่ศิษยานุศิษย์
ที่ศรัทธาหลวงพ่อพูลเทพเจ้าแห่งลุ่มน้ำนครชัยศรีตามพลังแห่งความเลื่อมใสต่อไป ข่าวเครื่องรางของขลัง
ก้อง กังฟู ที่มาหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ |