dot
>...ตั้มศรีวิชัย TumAmulet ...< Thailand Amulet Charms
dot
bulletคำแนะนำจากตำรวจเมื่อถูกโกง
bulletเงื่อนไขการรับประกัน การันตีพระเครื่อง
dot
สารบัญพระเครื่องเมืองนคร
dot
bulletทำเนียบพระกรุเมืองนคร
bulletทำเนียบพระเครื่องเมืองนคร
bulletชมรมพระเครื่อง
dot
บูชาพระเครื่อง เครื่องรางของขลัง Amulets Charms Talismans
dot
bulletตลาดพระ amulet for you
bulletเช่า-บูชา เครื่องรางของขลัง
bulletพระหลวงปู่ทวด วัดต่างๆ
dot
จตุคาม-รามเทพ หลักเมืองนคร Jatukamramtep (Jatukarm)
dot
bulletหลักเมืองนครศรีธรรมราช
bulletจตุคาม ของดีนำมาโชว์
bulletบทความ น่ารู้องค์พ่อจตุคาม
bulletJatukam Amulets
bulletบทความจตุคามรามเทพ
dot
ลิงค์น่าสนใจ
dot
bulletหนังสือพิมพ์
bulletลิ้งค์เพื่อนบ้าน
bulletเทศกาล วันสำคัญ
bulletดวง ดูดวง หน้าหลัก
bulletบทความดีๆ
bulletนิทานสอนใจ
bulletวัฒนธรรมไทย ประเพณีไทย
bulletบทสวดมนต์ สำหรับชาวพุทธ
dot
พระเครื่อง นานาสาระ
dot
bulletพระพุทธรูปสำคัญของไทย
bulletคาถา-อาคม พระคาถาอาคม
bulletพระพุทธรูปปางต่างๆ
bulletพุทธศาสนสุภาษิต
bulletข่าวพระเครื่อง
bulletบทความพระเครื่อง
bulletThai Buddha Amulets
bulletข่าวพระพุทธศาสนา
bulletข่าวเครื่องรางของขลัง
bulletสาระพระเครื่องไทย
bulletประวัติพระวิปัสสนาจารย์




พระยอดขุนพล กรุเก่าวัดพระบรมธาตุ เมืองกำแพงเพชร-ชากังราว article
พระยอดขุนพล กรุเก่าวัดพระบรมธาตุ เมืองกำแพงเพชร-ชากังราว
พระยอดขุนพล กรุเก่าวัดพระบรมธาตุ เมืองกำแพงเพชร-ชากังราว (องค์นี้เป็นพระของ สมาน คลองสาม)

*** "คมเลนส์ส่องพระ" วันนี้ได้รับภาพพระจาก นพ.พัฒนพงศ์ เส็งพานิช อาจารย์แพทย์กุมารเวชกรรม โรงพยาบาลศูนย์ภาคเหนือ จ.ลำปาง อีก ๑ องค์ หลังจากที่หายหน้าไป ๒ สัปดาห์ เพราะภารกิจงานประจำที่ทำอยู่มีมากขึ้น ภาพที่ได้รับในวันนี้ คือ พระยอดขุนพลชากังราว เป็นพระกรุเก่าของเมืองกำแพงเพชร เนื้อชินเงิน อันเป็นพระยอดนิยมอีกพิมพ์หนึ่ง ที่วงการนิยมเช่าหากันมาก เพราะขึ้นชื่อว่า  พระกรุเมืองกำแพงเพชร ย่อมมีคุณค่าทั้งสิ้น พระพิมพ์นี้มีทั้ง เนื้อชินเงิน เนื้อดินเผา และ เนื้อว่าน ปัจจุบันหาชมได้ยากยิ่ง เพราะคนที่มีอยู่เก่าก็หวงแหน ไม่ยอมปล่อยออกมาสู่วงการพระกันเลย

พระยอดขุนพลชากังราว
พระยอดขุนพลชากังราว

** พระยอดขุนพล กรุเก่าวัดพระบรมธาตุ เมืองกำแพงเพชร องค์นี้เป็นพระปางมารวิชัย พุทธลักษณะเหมือนกับพระพุทธรูป "ทรงเทริด" ของเมืองลพบุรี (เทริด [อ่านว่า "เซิด"] หมายถึง เครื่องประดับศีรษะ รูปมงกุฎอย่างเตี้ย มีกรอบหน้า) องค์พระประดิษฐานอยู่บนฐานในซุ้มทรงห้าเหลี่ยม คล้ายกับรูปทรง ใบเสมา เซียนพระสมัยก่อนจึงเรียกว่า "พระเสมาตัด" มาในระยะหลังคนรุ่นใหม่เห็นว่า คำว่า "ตัด" ฟังแล้วไม่ค่อยจะเป็นสิริมงคลนัก จึงตัดคำนี้ออกไป เหลือเพียง พระยอดขุนพล กำแพงเพชร ก็เป็นที่เข้าใจกันโดยทั่ว (เช่นเดียวกับ พระขุนแผน พิมพ์ใบไม้ร่วง กรุวัดบ้านกร่าง จ.สุพรรณบุรี ที่เซียนพระรุ่นเก่าเรียกกันมานานปี ต่อมาเมื่อ ๑๐ ปีก่อนหน้านี้  เซียนพระชาวสุพรรณพร้อมใจกันเปลี่ยนชื่อเรียกพระพิมพ์นี้เสียใหม่ว่า พระขุนแผน พิมพ์ซุ้มเรือนแก้ว ฟังดูแล้วไพเราะกว่า ใบไม้ร่วง ที่ไม่ค่อยจะเป็นสิริมงคลนัก ทำให้พระพิมพ์นี้มีราคาพุ่งขึ้นทันที)

** พระยอดขุนพล กำแพงเพชร องค์นี้เป็นพระเก่าเก็บ สภาพเดิมๆ ทุกอย่าง ผิวพระไม่ได้ผ่านการใช้มาก่อนเลย  ผิวพระมีปรอทคลุมทั่วองค์พระ และมีคราบกรุติดอยู่โดยทั่วไป ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ทำให้องค์พระมีเสน่ห์น่าชวนชม สวยงามสมบูรณ์ทุกซอกมุม แม้ว่าธรรมชาติของพระพิมพ์นี้จะเป็นพระพิมพ์ตื้น แต่เฉพาะองค์นี้มีความคมชัดมาก และหากพิจารณาให้ละเอียดจริงๆ จะเห็นว่า พระพักตร์เหมือนกับใบหน้าของคนจริงๆ (ใบหน้าของคนขณะหลับตา) ความสวยคมชัดของพระองค์นี้ จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า ได้คว้ารางวัลชนะเลิศมาแล้วหลายสิบงาน จนทำให้มีภาพปรากฏอยู่ในหนังสือรวมภาพพระยอดนิยม ยุคแรกๆ ที่มีการจัดพิมพ์กันขึ้นมา...ขอแสดงความยินดีด้วยกับ คุณหมอพัฒนพงศ์ ที่มีพระสวยระดับแชมป์อยู่ในครอบครองอีกองค์หนึ่ง พระยอดขุนพล เป็นพระศิลปลพบุรี เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้เป็นแม่ทัพนายกอง ผู้บริหารองค์กรใหญ่ๆ ควรจะหาไว้ใช้ติดตัว เป็นการเสริมสร้างบารมี อำนาจ ให้เป็นที่เคารพรักนับถือและเกรงขามของผู้ใต้บังคับบัญชา ขณะเดียวกัน ผู้ใช้พระพิมพ์นี้ก็ต้องมี "ความเมตตา" แก่ผู้น้อยด้วย ถึงจะได้อยู่ด้วยกันอย่างสันติสุขนานๆ

 ** อ.ประชุม กาญจนวัฒน์ นักพระเครื่องอาวุโสผู้ล่วงลับไปแล้ว ได้เขียนถึง พระยอดขุนพล ว่าเป็นพระที่น่าใช้มาก มี ๓ เมืองใหญ่ๆ ที่สร้างพระพิมพ์นี้ คือ ลพบุรี ที่ท่านเรียกว่า พระยอดขุนพล เมืองละโว้ /กำแพงเพชร ที่เรียกว่า พระยอดขุนพล ชากังราว และ กรุงศรีอยุธยา ที่เรียกว่า พระยอดขุนพล อโยธยา แต่ไม่ว่าจะเป็น พระยอดขุนพล ของเมืองไหนก็ตาม ทุกวันนี้หาพระองค์แท้ๆ ได้ยากนัก ผู้สนใจจึงต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะ ของปลอม มีมากเหลือเกิน คือ มากกว่า ของแท้ เสียอีก

** พูดถึง เมืองกำแพงเพชร สุดยอดของพระเมืองนี้ต้องยกให้ พระซุ้มกอ ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็น ๑ ใน ๕ ของ พระชุดเบญจภาคี ที่เช่าหากันองค์หนึ่งหลายแสนบาท ไปจนถึงหลักล้านก็มี ตามสภาพความสวยงามคมชัด อย่างองค์ที่เป็นภาพประกอบหัวคอลัมน์ "คมเลนส์ส่องพระ" ที่เห็นข้างบนนี้ ฝ่ายศิลป์ทำให้ภาพเบลอๆ ความจริงแล้วภาพเดิมสวยคมชัดมาก องค์นี้แหละที่เรียกว่า พระซุ้มกอ พิมพ์ใหญ่ องค์เจ้าเงาะ องค์ดั้งเดิมของ อ.เชียร ธีรศานต์ ซึ่งมีประวัติความเป็นมาอันน่าสนใจมาก ต่อมาได้เปลี่ยนมือไปโน่นไปนี่หลายแห่งหน จนในที่สุด มร.ไลน์ ก็อด วิน เศรษฐีจากเกาะฮ่องกง ก็มานิมนต์ท่านไปอยู่ที่โน่น  ด้วยราคานับสิบล้านบาท  ทุกวันนี้ยังหา พระซุ้มกอ พิมพ์ใหญ่ องค์อื่นใดมาเทียบความสวยคมชัดได้ยากยิ่ง ทิ้งไว้เป็นความทรงจำของคนในวงการพระเครื่องเมืองไทย จนทุกวันนี้

** พระซุ้มกอ พิมพ์ใหญ่ มีกนก องค์ในภาพนี้เป็นพระของ พิทักษ์ ชำนาญวินิจฉัย นักธุรกิจหนุ่มผู้สนใจพระสวย ที่มีพุทธคุณทางเมตตามหานิยม และโชคลาภ จึงนิมนต์ พระซุ้มกอ องค์นี้ไปขึ้นคอด้วยความสุขสมหวังทุกประการ พระซุ้มกอ เป็นพระเนื้อดินเผา เนื้อหามวลสารละเอียดมาก มีว่านดอกมะขามเป็นจุดแดงเล็กๆ ปรากฏทั่วองค์พระ เป็นพระปางสมาธิ มีทั้งสมาธิราบ และสมาธิเพชร ศิลปะเชียงแสนผสมกับสุโขทัย คือ องค์พระอวบอ้วน พระอุระผึ่งผาย นูนเด่นเป็นสง่า งดงามมาก เหมือนกับพระสมัยเชียงแสน พระนาภีเรียว การทิ้งพระพาหา และขัดสมาธิงดงามแบบสุโขทัย มีประภามณฑลรอบพระเศียรคล้ายรูปตัว ก ไก่ จึงมีการเรียกพระพิมพ์นี้ว่า พระซุ้มกอ มีหลายพิมพ์ อาทิ พิมพ์ใหญ่ มีกนก พิมพ์ใหญ่ ไม่มีกนก (ส่วนมากเป็นพระซุ้มกอดำ) พิมพ์กลาง พิมพ์เล็ก พิมพ์ขนมเปี๊ยะ (มีปีกกว้าง) และพระซุ้มกอ พิมพ์พัดใบลาน พระซุ้มกอ และ พระเมืองกำแพงเพชร อื่นๆ เป็นที่รู้จักกันครั้งแรกในสมัย พระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ ๕ โดยมีบันทึกในพระราชนิพนธ์เรื่อง เสด็จประพาสเมืองกำแพงเพชร ว่ามีผู้ทูลเกล้าฯ ถวายตำนาน พระกำแพงทุ่งเศรษฐี เป็นจารึกบนแผ่นลานทอง ซึ่งขุดได้จากเจดีย์ต่างๆ ในวัดพระบรมธาตุ บริเวณทุ่งเศรษฐี นครชุม พร้อมกับพระเครื่องจำนวนหนึ่ง นับเป็นการพบกรุพระเป็นครั้งแรก จนเป็นที่เลื่องลือในเวลาต่อมา และเป็นที่ศรัทธาเลื่อมใสกันมากในสมัยนั้น เพราะเชื่อกันว่า พระกรุนี้มีอานุภาพยอดเยี่ยมมาก ผู้ใดมีไว้จะประสบพบกับความสำเร็จสมหวังตามความปรารถนาทุกประการ 

 ** พระเกจิอาจารย์ผู้โด่งดังสุดๆ ในสมัยก่อน ที่มีชื่อว่า หลวงปู่เอี่ยม นั้นมีอยู่ ๒ ท่าน คือ หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี กับ หลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง อ.บางขุนเทียน จ.ธนบุรี ** การสร้างวัตถุมงคลของ หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง มีไม่มาก ทั้งชนิดของวัตถุมงคล รูปแบบพิมพ์ทรงองค์พระ และจำนวนการสร้าง จึงพบเห็นได้ยาก มีราคาเช่าหาแพงเป็นแสนขึ้นไปทุกชิ้น ** ส่วนของ หลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง มีมากชนิด ไม่ว่าจะเป็น พระปิดตา เหรียญรูปเหมือน พระชัยวัฒน์ ตะกรุด เครื่องรางของขลังต่างๆ ฯลฯ แม้ว่าราคาเช่าหาจะแพงเป็นหมื่นเป็นแสนขึ้นไป แต่ก็ยังมีของหมุนเวียนเปลี่ยนมือในวงการพระตลอดเวลา หากมีกำลังเงินและใจสู้ก็สามารถหาเช่าได้ไม่ยากนัก

** "คมเลนส์ฯ" ได้รับภาพ พระปิดตาหลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง พิมพ์ตะพาบ จาก หมึก ท่าพระจันทร์ ด้วยความขอบคุณยิ่ง ** หลวงปู่เอี่ยม เกิดในสมัยรัชกาลที่ ๒ พ.ศ.๒๓๕๙ ที่ ต.บานแหลมใหญ่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี อายุ ๒๒ ปี ได้อุปสมบทที่วัดบ่อ ปากเกร็ด มรณภาพปี ๒๔๓๙ รวมอายุ ๘๐ ปี ท่านได้สร้าง พระปิดตา เนื้อผงคลุกรักจุ่มรัก ๓ พิมพ์ คือ พิมพ์ชะลูด พิมพ์ตะพาบ และ พิมพ์พนมมือ เมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๓๙๖ เพื่อแจกเป็นของชำร่วยแก่ผู้บริจาคสร้างเสนาสนะของวัด อีกอย่างที่แสวงหากันมาก คือ ตะกรุดมหาโสรฬมงคล ที่เช่าหากันเป็นแสนเช่นกัน 

 ** สัปดาห์ที่ผ่านมา ป๋อง สุพรรณ ทำสถิติซื้อพระแพงอีกแล้ว ด้วยการซื้อ พระสมเด็จ จิตรลดา พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้ากลาง พระนางพญา พิมพ์เข่าตรง พระหลวงพ่อทวด เลขใต้ฐาน (องค์เบอร์ ๓๘๐) และ เหรียญเจ้าสัว หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว จ.นครปฐม พร้อมกันคราวเดียว ๒ เหรียญ เป็นเหรียญเงิน ๑ เหรียญทองแดง ๑ สวยคมชัดทั้งคู่ สวยแค่ไหน คมชัดเพียงไร เชิญพิจารณาได้จากภาพที่นำมาให้ชมในวันนี้ ส่วนพระแท้สวยองค์อื่นๆ เอาไว้วันอาทิตย์หน้า ได้ชมกันแน่นอน

** เหรียญเจ้าสัว หลวงปู่บุญ ได้ชื่อว่าเป็น สุดยอดเหรียญหล่อของท่าน ที่เช่าหากันแพงหลายแสนบาทขึ้นไป จนถึงหลักล้านก็มี ** เหรียญนี้เดิมทางวัดเรียกว่า "พระซุ้มกระจัง" เป็นพระหล่อแบบโบราณ หูเชื่อมทีหลัง (หูในตัวก็มี) ขนาดองค์พระ สูงประมาณ ๓.๑๐ ซม. กว้าง ๒.๑๐ ซม.ลักษณะของเหรียญมีองค์พระพุทธรูปประทับนั่งสมาธิขัดเพชรอยู่ตรงกลาง ภายในซุ้มเรือนแก้ว (คล้ายกับซุ้มพระพุทธชินราช) โดยมีตัวกระจัง ๑๕ ช่อ เรียงรายอยู่รอบนอก ฐานองค์พระเป็นบัว ๒ ชั้น ชั้นละ ๗ กลีบ ด้านหลังเรียบ แต่จะมีรอยตะไบเล็กน้อย มี ๒ เนื้อ คือ เนื้อเงิน กับ เนื้อทองแดง จำนวนสร้างไม่แน่ชัด แต่คงมีน้อยมาก โดยเฉพาะเนื้อเงินหายากสุดๆ  เหรียญนี้ออกเนื่องในโอกาส ทำบุญฉลองอายุครบ ๘๔ ปี ของ หลวงปู่บุญ เมื่อปี ๒๔๗๗ โดยมี ท่านเจ้าคุณ พระวินัยกิจโกศล เจ้าอาวาสวัดกัลยาณมิตร ธนบุรี เป็นผู้ประกอบพิธีเททองหล่อเหรียญที่วัดกลางบางแก้ว อ.สุธน ศรีหิรัญ ผู้เขียนประวัติ หลวงปู่บุญ บอกว่า เหตุที่เรียก "เหรียญเจ้าสัว" ในสมัยต่อมาก็เพราะว่า สมัยก่อนเหรียญนี้หายากมาก ผู้ที่มีอยู่ล้วนเป็น "เจ้าสัว" ในละแวกวัดทั้งนั้น ทำให้ชาวบ้านเรียกเหรียญนี้ว่า เหรียญที่บรรดาเจ้าสัวใช้กัน ต่อมาก็หดสั้นเหลือเพียง เหรียญเจ้าสัว โดยความหมายของคำว่า "เจ้าสัว" ก็คือเศรษฐีชาวจีนที่มีความร่ำรวยมากกว่า "เถ้าแก่" เป็น ๒ เท่าตัว หรือเท่ากับอัครมหาเศรษฐีในทุกวันนี้นั่นเอง ใครที่มีเหรียญนี้ต้องถือว่าเป็น "เจ้าสัว" ทั้งนั้น  ฉะนั้น "เสี่ยป๋อง" ผู้มี เหรียญเจ้าสัว ในคราวเดียวพร้อมกันถึง ๒ เหรียญ ก็ต้องเรียกว่า "อัครมหาเจ้าสัว" ได้โดยปริยาย

ในเรื่องของ พระยอดขุนพล กำแพงเพชร ข้างต้นนี้ ได้พูดถึง พระขุนแผน พิมพ์ใบไม้ร่วง กรุวัดบ้านกร่าง จ.สุพรรณบุรี ที่เซียนพระรุ่นเก่าเรียกกันมานานปี และต่อมาเซียนพระรุ่นใหม่ที่เป็นชาวสุพรรณโดยกำเนิด มีการประชุมกันอย่างเป็นกิจจะลักษณะ มีความเห็นว่าชื่อ "ใบไม้ร่วง" ฟังดูแล้วไม่ค่อยเป็นสิริมงคลเลย ภาพ ใบไม้ร่วง ตกลงสู่พื้นดิน ใครมีพระพิมพ์นี้ทำให้กังวลใจไปได้ว่า ชีวิตอาจจะ ร่วงโรย ลงไปด้วย จึงทำให้พระพิมพ์นี้ไม่มีใครถามหากัน ขายไม่ค่อยได้ ทั้งๆ ที่มีพุทธศิลป์สวยงามมาก ก็เลยตกลงพร้อมใจกันเปลี่ยนชื่อพระพิมพ์นี้เสียใหม่ว่า พิมพ์ซุ้มเรือนแก้ว ซึ่งตรงตามภาพพระที่เห็น และฟังดูแล้วไพเราะกว่าเป็นไหน หลังจากที่มีการตกลงกันแล้ว ผลก็คือ พระขุนแผน พิมพ์ซุ้มเรือนแก้ว ตามชื่อใหม่ที่เรียกขานกันนี้ ขายดีขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นพระหายากไปโดยปริยาย เพราะมีพุทธศิลป์งดงามดังกล่าว ด้วยฝีมือช่างแกะที่มีความชำนาญมาก ทุกวันนี้พระขุนแผนพิมพ์นี้มีการซื้อขายกันถึงหลักแสนขึ้นไป องค์ในภาพนี้เป็นพระของ ดามพ์ สุพรรณ คนหนุ่มสายตาเฉียบ เล่นพระดี มีพระสวย อยู่เสมอ

** เรื่องของ ชื่อพระ พิมพ์พระ หรือ ชื่อของพระเกจิอาจารย์ ก็ตาม อย่านึกว่าไม่สำคัญ  ชื่อที่ออกเสียงไปทางด้าน ลบ จอดไม่แจวไปแล้วมากมาย ** พระอริยสงฆ์อีกรูปหนึ่งที่อยู่ในดวงใจของ แล่ม จันท์พิศาโล มาโดยตลอด คือ หลวงปู่ดู่ วัดสะแก อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา ศิษย์สายตรง หลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติการาม เจ้าของเหรียญยอดนิยม ๑ ใน ๕ ชุดเหรียญเบญจภาคียอดนิยม ** ใครที่ได้อ่านประวัติ หลวงปู่ดู่ (ผู้ปฏิเสธสมณศักดิ์และตำแหน่งเจ้าอาวาส) ย่อมจะเกิดความศรัทธาเลื่อมใสขึ้นมาทันที ยิ่งได้ไปพบเห็นท่านที่วัดด้วยแล้ว จะเกิดความรู้สึกว่า กราบไหว้ได้อย่างสนิทใจ หลวงปู่ดู่ เมตตาปลุกเสก เหรียญหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ จ.ปัตตานี มาแล้วหลายรุ่น อาทิ เหรียญรุ่นแรก ที่เรียกว่า "ข้างบัว" ออกปี ๒๕๒๐ รุ่นเปิดโลก ปี ๒๕๓๒ รวมทั้ง รุ่นกระโดดบาตร ที่นิตยสาร "ลานโพธิ์" (ยุค แล่ม จันท์พิศาโล เป็น บก.บห.จัดสร้างขึ้นเพื่อแจกแก่ท่านผู้อ่าน เมื่อปี ๒๕๓๐) ปัจจุบันเหรียญแจกฟรีอันนี้เช่าหากันกว่า ๑ พันบาท) วันนี้...ขอแนะนำ...เหรียญหลวงพ่อทวด รุ่น "ข้างบัว" เพราะเป็นเหรียญรุ่นแรก และทุกเหรียญ หลวงปู่ดู่ ได้เมตตาลงเหล็กจารให้ ไว ศรีย่าน ผู้เคยไปรับการอบรมปฏิบัติธรรมกับหลวงปู่มาแล้ว มีเหรียญรุ่นนี้อยู่จำนวนหนึ่ง จึงอยากแบ่งปันให้เฉพาะท่านที่เคารพนับถือ หลวงปู่ดู่ เท่านั้น สอบถามได้ที่โทร.๐๘-๙๗๔๓-๘๓๙๒ 

** นิตยสาร "สปิริต" ฉบับใหม่วางตลาดแล้ว หน้าปกภาพ พระกริ่งพรหมมุนี สมเด็จพระสังฆราช (แพ) พร้อมด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจเล่มอีกมากมาย อาทิ พระปรกพะงั่ว หลวงปู่ภู วัดอินทรวิหาร หลวงพ่อรุ่ง วัดท่ากระบือ ส.พลายน้อย เล่าเรื่องชาวกรุงเก่า หลวงปู่สี วัดสะแก ๑๐๘ เหรียญที่ควรศึกษา สัมภาษณ์พิเศษ อุดมเดช รัตนเสถียร ส.ส.นนทบุรี ซอกแซกบ้านเซียน พรรค คูวิบูลย์ศิลป์ สายเลือดใหม่ของวงการพระผู้มีสายตาเฉียบขาดในการดูพระได้หลายประเภท

** นิตยสาร "พระท่าพระจันทร์" ฉบับใหม่ ปก พระหลวงพ่อทวด พิมพ์หลังเตารีดใหญ่ พร้อมกับประวัติความเป็นมาของการจัดสร้างพระรุ่นนี้ และภาพประกอบอีกมากมาย โดย ม.ร.ว.อภิเดช อาภากร นักเขียนนักค้นคว้าผู้มีข้อมูลเพียบ ในเล่มมีพระเครื่องนับพันภาพที่เปิดราคาให้เช่าในราคายุติธรรม พร้อมหลักประกันว่าเป็น "พระแท้" ทุกองค์

** นิตยสารน้องใหม่ของวงการพระ ที่กำลังโตวันโตคืน เพราะผู้บริหารมีคุณภาพ (เก่งมากๆ) คือ "สุดยอดพระเครื่อง" ออกมา ๕ ฉบับก็ติดตลาดทันที ใครซื้อช้าเป็นต้องอดอ่าน ฉบับใหม่ปก เหรียญหลวงพ่อทวด รุ่นเลื่อนสมณศักดิ์ ๒๕๐๘ เนื้อทองคำ ที่แสนจะหายาก ในเล่มอ่านเรื่อง "พระรอด ลำพูน" โดย พรรค คูวิบูลย์ศิลป์ ความเกี่ยวพันระหว่าง หลวงพ่อแช่ม หลวงพ่อช่วง วัดฉลอง จ.ภูเก็ต กับ หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค จ.พระนครศรีอยุธยา "เบี้ยแก้" หลวงปู่รอด วัดนายโรง สุดยอดพระเครื่องคนดัง "ตี๋เหล้า ท่าพระจันทร์" ฯลฯ สาระแน่นหนาภาพพระมากมายอย่างนี้ คุ้มค่าผู้อ่านอย่างแท้จริง 

** วันก่อน แล่ม จันท์พิศาโล ไปรื้อกองหนังสือพระเล่มเก่าๆ บังเอิญไปพบภาพ เซียนพระรุ่นเก่า ท่านหนึ่ง จึงเอาภาพไปให้ผู้คนในสนามพระดูกัน ถามว่าเป็นใคร ??? ส่วนใหญ่ไม่มีใครรู้จัก มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ตอบถูก แสดงว่า คนรุ่นเก่า ที่ร่วงโรยจากวงการพระไปแล้ว หรือบางท่านที่ ลาลับ จากโลกนี้ไปแล้ว นับวันที่ คนรุ่นใหม่ จะไม่รู้จัก หรือเคยรู้จักแต่ลืมเลือนไปหมดแล้ว

 ** ภาพที่เห็นนี้ คือ อาจารย์เภา ศกุนตะสุต ปรมาจารย์เหรียญยุคบุกเบิกของวงการพระเครื่องเมืองไทยผู้จุดประกาย เหรียญหลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม จ.สมุทรสงคราม ปี ๒๔๘๔ จากเหรียญที่ไม่ค่อยมีคนรู้จัก อ.เภา ได้เขียนเรื่องลงหนังสือพระติดต่อกันเป็นระยะๆ จนในที่สุด เหรียญหลวงพ่อคง รุ่นนี้กลายเป็นที่นิยมเช่าหากันอย่างกว้างขวาง และเป็น ๑ ใน ๕ ของชุด เบญจภาคีเหรียญยอดนิยมของวงการ

 ** อ.เภา ได้รับการยกย่องว่ามีความจดจำเป็นเลิศ ประวัติวัด ประวัติพระเกจิอาจารย์รุ่นเก่าๆ ล้วนอยู่ในสมองของท่านอย่างหมดสิ้น นอกจากท่านจะเดินทางไปถึงวัด ไปคุยกับพระเกจิอาจารย์ดังๆ ที่ทันยุคกันแล้ว ที่บ้านของ อ.เภา ยังมีกองหนังสือตำราเกี่ยวกับวัด ประวัติหลวงพ่อต่างๆ อีกมากมาย ฉะนั้น ใครจะถามอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ ท่านตอบได้หมด (แต่บางครั้งแกล้งไม่ตอบก็มี ด้วยเหตุผลบางประการ) ด้วยเหตุนี้จึงมีคนแอบตั้งฉายาท่านว่า ปราชญ์แห่งวงการพระ บ้าง เอ็นโครไซพีเดียเคลื่อนที่ บ้าง ฯลฯ สารพัดจะยกย่องท่านด้วยความเคารพนับถือและความเป็นกันเองกับทุกๆ คนที่ท่านได้พูดคุยด้วย

 ** อ.เภา มีชีวิตความเป็นอยู่อย่างง่ายๆ สมถะ สันโดษ จนบ้างดูแล้วก็เกิดความสงสารท่านเหมือนกัน (แต่มีคนบอกว่าท่าน รวย แบบเงียบๆ และมีเงินเป็นมัดๆ) ในที่สุดท่านก็ถึงแก่กรรมด้วยหลายโรคที่รุมเร้า จากไปท่ามกลางความอาลัยของคนในวงการพระที่ทล้วนรู้จักท่านเป็นอย่างดี

** แล่ม จันท์พิศาโล มีโอกาสได้พบกับท่านช่วงที่ทำหนังสือพระ "ลานโพธิ์" ปี ๒๕๑๗ เป็นต้นมา พบกับท่านบ่อยๆ โดยเฉพาะที่ สนามพระวัดราชนัดดา ผ่านฟ้า ราชดำเนิน ก่อนจะถึงเวลาเที่ยงวัน ท่านจะนั่งรถเมล์มาจากบ้านที่เตาปูน ลงจากรถแล้วจะแวะธนาคารออมสิน เพื่อแลกเงินจากแบงก์ร้อยเป็นแบงก์สิบ เอาไว้ซื้อเหรียญที่พอใจจะซื้อ ซึ่งจะมีคนเอามาขายท่านบ่อยๆ จากนั้นจะเดินเข้าไปนั่งที่ร้านกาแฟในสนามพระ ท่านไม่ต้องเสียเงินค่าโอเลี้ยงที่สั่งมาดื่มเป็นประจำแต่ประการใด เพราะจะมี เจ้ามือ แย่งกันจ่ายเงินแทนท่าน แล้วท่านก็จะเล่าเรื่องอะไรต่อมิอะไรให้ฟัง เกี่ยวกับเรื่องพระเกจิอาจารย์สมัยเก่าบ้าง เรื่องในวัดนอกวัดบ้าง นินทาคนห่มเหลือง (ซึ่งไม่ใช่พระ) ก็มี บางครั้งเป็นเรื่องสามก๊ก เรื่องเตียวเสี้ยน ที่ท่านแต่งเติมเพิ่มสีสันจนผิดไปจากต้นฉบับเดิมของจีนก็มี แถมด้วยเรื่องสัปดีสีประดนเข้าทำนอง สัปดนวันละนิด จิตแจ่มใส ก็มีบ่อยๆ จนเป็นที่ฮือฮาของคนฟังที่นั่งรายล้อมตัวท่านเป็นประจำทุกวัน...เรื่องของ อ.เภา ยังมีอะไรสนุกๆ อีกมากมาย แล้วจะนำมาเขียนเล่าสู่กันในโอกาสต่อไป...ดีกว่าอยู่เปล่าๆ 

** ขอเชิญร่วมทำบุญทอดผ้าป่าสามัคคี สร้างมหากุศลกับ หลวงปู่เผือก และ หลวงพ่อสาลีโข (พระอาจารย์สมภพ เตชะปุญโญ) ณ มูลนิธิพุทธอุทธยานธรรมโกศล ต.หน้าไม้ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ในงานนี้มีพิธีสวดบูชานพเคราะห์ ถวายภัตตาหาร ทอดผ้าป่า และสรงน้ำทำบุญอายุครบ ๖๙ ปี หลวงพ่อสาลีโข วันเสาร์ที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๕๑ เริ่มเวลา ๐๗.๐๐ น.สอบถามโทร.๐๘-๑๗๗๘-๘๗๗๙ (จิระนันท์) ๐๘-๑๘๐๔-๒๒๘๖ (เปิ้ล ปรกโพธิ์) วันอาทิตย์หน้า (๘ มิ.ย. ๒๕๕๑) มี...งานประกวดพระ ที่ ห้างตั้ง ฮั่ว เส็ง ธนบุรี ถนนสิรินธร เขตบางพลัด กทม.ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าจัดโดย ฐิติพงศ์ อุดมรัตนะศิลป์ (วรเทพ) เจ้าประจำของห้างนี้ มีทั้งหมด ๑,๖๗๘ รายการ ครบถ้วนทุกประเภท รวมทั้งชุด จตุคามรามเทพ และชุดพระเกจิอาจารย์ดัง รางวัลหนังสือ พระเครื่องจักรวาลพระ ปกแข็ง พิมพ์สีทั้งเล่ม จัดพิมพ์เพื่องานนี้โดยเฉพาะ สอบถามได้ที่ "แมว" โทร.๐๘-๙๙๙๕-๕๕๐๕ ** ขอให้ทุกท่านได้ พระแท้ โดยทั่วกัน และพบกับ "คมเลนส์ส่องพระ" ได้ใหม่ในวันเสาร์และวันอาทิตย์ต่อไป...ขอขอบพระคุณ...นะมัสเต ***คมชัดลึก0 แล่ม จันท์พิศาโล 0 







[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (156734)

 ผมมีสององค์แต่ไม่รุ้ว่ามีอายุนานแค่ไหน

อยากให้ดูให้หน่อยครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น สาโรจน์ (lovebansano78-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2015-09-23 18:34:50



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล