dot
>...ตั้มศรีวิชัย TumAmulet ...< Thailand Amulet Charms
dot
bulletคำแนะนำจากตำรวจเมื่อถูกโกง
bulletเงื่อนไขการรับประกัน การันตีพระเครื่อง
dot
สารบัญพระเครื่องเมืองนคร
dot
bulletทำเนียบพระกรุเมืองนคร
bulletทำเนียบพระเครื่องเมืองนคร
bulletชมรมพระเครื่อง
dot
บูชาพระเครื่อง เครื่องรางของขลัง Amulets Charms Talismans
dot
bulletตลาดพระ amulet for you
bulletเช่า-บูชา เครื่องรางของขลัง
bulletพระหลวงปู่ทวด วัดต่างๆ
dot
จตุคาม-รามเทพ หลักเมืองนคร Jatukamramtep (Jatukarm)
dot
bulletหลักเมืองนครศรีธรรมราช
bulletจตุคาม ของดีนำมาโชว์
bulletบทความ น่ารู้องค์พ่อจตุคาม
bulletJatukam Amulets
bulletบทความจตุคามรามเทพ
dot
ลิงค์น่าสนใจ
dot
bulletหนังสือพิมพ์
bulletลิ้งค์เพื่อนบ้าน
bulletเทศกาล วันสำคัญ
bulletดวง ดูดวง หน้าหลัก
bulletบทความดีๆ
bulletนิทานสอนใจ
bulletวัฒนธรรมไทย ประเพณีไทย
bulletบทสวดมนต์ สำหรับชาวพุทธ
dot
พระเครื่อง นานาสาระ
dot
bulletพระพุทธรูปสำคัญของไทย
bulletคาถา-อาคม พระคาถาอาคม
bulletพระพุทธรูปปางต่างๆ
bulletพุทธศาสนสุภาษิต
bulletข่าวพระเครื่อง
bulletบทความพระเครื่อง
bulletThai Buddha Amulets
bulletข่าวพระพุทธศาสนา
bulletข่าวเครื่องรางของขลัง
bulletสาระพระเครื่องไทย
bulletประวัติพระวิปัสสนาจารย์


พระเครื่อง


โหราไสย์ในองค์พ่อ (๑๖) โดย อ.เล็ก พลูโต article

และเพื่อไม่ให้เกิดการสับสน จากการอ่านเรื่องราวที่วกไปเวียนมา จึงใคร่ขอนำเสนอตำนาน อันเกี่ยวข้องกับองค์ท้าวจตุคามรามเทพ ให้พิจารณากันก่อน เพราะตำนานเป็นบ่อเกิดแห่งเรื่องราวในประวัติศาสตร์ ที่มีการจดบันทึกขึ้นมาในภายหลัง โดยเริ่มที่

ตำนานแรก เรื่อง เจ้าชายรามเทพ และ พระนางจันทรา ผู้เป็นพระราชมารดา โดยเรื่องของพระองค์ เกิดขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ ๗ (พ.ศ.๖๐๐ – ๗๐๐) ดังนี้

พระนางจันทรา นางพญาพื้นเมืองของชาวทะเลใต้ ทรงเป็นราชินีผู้สูงศักดิ์ของ พระราชาราตะ หรือ พระสุริยะเทพ ผู้ทรงรวบรวมดินแดนในคาบสมุทรทองคำ เข้าเป็นจักรวรรดิเดียวกัน ในพุทธศตวรรษที่ ๗ (พ.ศ.๖๐๐ ถึง พ.ศ.๗๐๐)

พระนางจันทรา ทรงเป็นผู้ที่บรรลุธรรม และสำเร็จตรรกศาสตร์วิชาอันศักดิ์สิทธิ์ ที่ทรงอิทธิฤทธิ์ สามารถบังคับคลื่นลมร้ายให้สงบลงได้  ชาวทะเลทั้งหลายจึงกราบไหว้บูชา ระลึกถึงพระนาง เมื่อต้องออกเรือทุกครั้ง จนมีคำเรียกว่า แม่ย่านาง ส่วนชาวศรีวิชัย เคารพเทิดทูนถวายฉายานามว่า เจ้าแม่อยู่หัว

พระนางจันทราทรงมีพระโอรสนามว่า เจ้าชายรามเทพ และเจ้าชายพระองค์นี้ ทรงสนพระทัยศึกษาเล่าเรียนวิชา จตุคามศาสตร์ อันเป็นวิชาเก่าแก่ของชาวชวากะ ซึ่งมีรากมาจากคัมภีร์พระเวทย์โบราณ อันเป็นวิชามนตราศาสตร์ ที่กล่าวถึง การบังคับธรรมชาติ ให้เป็นไปตามความปรารถนา เช่น ห้ามคลื่นลม ทำให้ฝนตก ฝนแล้ง หรือ พระอาทิตย์ทรงกลด เพื่อบันดาลความโชคดี โชคร้าย ให้แก่คนได้ เป็นต้น เครื่องหมายของ จตุคามศาสตร์ มีสัญลักษณ์ของวิชา เป็นดวงตราพญาราหูอมจันทร์ และพระนางจันทรา ทรงนำบารมีธรรมมาใช้ในการศึกษาเล่าเรียน วิชาจตุคามศาสตร์ได้สำเร็จ จนเป็นที่เคารพบูชา เทิดทูนของชาวชวากะทั้งปวง

เจ้าชายรามเทพได้ทรงศึกษาวิชา จตุคามศาสตร์ จากพระมารดาจนจบสิ้น นอกจากนี้ยังทรงศึกษาเรียนรู้สัจธรรมทางพระพุทธศาสนา ทรงศรัทธาในลัทธิมหายานอย่างแรงกล้า และทรงมุ่งมั่นที่จะสร้างสมบารมี เพื่อตรัสรู้ธรรม เป็นพระโพธิสัตว์

ทรงตั้งปณิธานแน่วแน่ในการเผยแพร่ ประกาศธรรมในดินแดนสุวรรณภูมิ ดั่งพระเจ้าอโศกมหาราช แห่งราชวงศ์โมริยะ และพระเจ้ากนิษกะ แห่งราชวงศ์กุษาณะ ทรงกระทำในชมพูทวีป ด้วยพระอุสาหะวิริยะ ทรงสร้างราชนาวีตามหลักตรรกศาสตร์ฝ่ายมหายาน ซึ่งสามารถแล่นฝ่าคลื่นลมได้อย่างรวดเร็ว และปลอดภัย เพื่อนำเหล่าพลพรรคทั้งทัพสัมภาระอันยิ่งใหญ่ ประกาศหลักพระศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ลงบนทุกน่านน้ำที่พระองค์เสด็จถึง ตลอดสองฟากฝั่งของมหาสมุทร และหมู่เกาะต่าง ๆ จนล่วงถึงลุ่มแม่น้ำเหลือง ตามความเชื่อในพุทธทำนายที่ว่า “พุทธศาสนาจักเสื่อมสูญไปจากชมพูทวีป และจะกลับรุ่งเรืองในแผ่นดินทอง (สุวรรณภูมิ)”

เหล่าราชศัตรู นักปราชญ์ ทั้งหลาย ต่างถวายพระนามาภิไธย ราชฐานันดรแก่เจ้าชายชาวชวากะ ผู้ทรงรอบรู้ในสรรพศาสตร์ทั้งปวง พระองค์นี้ว่า องค์ราชันจตุคามรามเทพ

เมื่อมหาราชแห่งชาวชวากะ องค์ราชันจตุคามรามเทพ ทรงประกาศพระศาสนาธรรมไปทั่วสุวรรณทวีป ดั่งที่ทรงตั้งพระราชปณิธานลุล่วงแล้ว จึงทรงสร้าง พระมหาสถูปเจดีย์บนฝั่งหาดทราย ให้ชาวศรีวิชัยได้ระลึกถึงพระบรมศาสดาเจ้า ในปลายศตวรรษที่ ๘ (ก่อน พ.ศ.๘๐๐ ไม่มากนัก)

องค์ราชาจตุคามรามเทพ ทรงมุ่งปริยัติธรรมจนบรรลุพระโพธิญาณถึงขั้น จักรวาลพรหมโพธิสัตว์ อันประกอบไปด้วย บุญฤทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปรากฏปาฏิหาริย์ สามารถสยบฟ้า สยบดิน ได้ดั่งใจปรารถนา มีวาจาสิทธิ์ในการดลบันดาล ทั้งยังตัดกระแสแสงเดือน แสงดาวได้ตามคัมภีร์พระเวทย์ จึงทรง พระพลานุภาพประดุจพระอาทิตย์ และพระจันทร์ ทำให้ทรงมีสมญานามตามศาสตร์ว่า จันทรภาณุ

ด้วยมนตราพระเวทย์อาคมอันแรงกล้า ที่หากสาปแช่งศัตรูผู้ใด ก็จะถึงแก่การพินาศย่อยยับราวปาฏิหาริย์ พลานุภาพแห่งพระเวทย์นี้ กล้าแกร่งยิ่งใหญ่กว่าพระวาจนะแห่ง ท้าวกุเวรราช ที่ปรากฏในคัมภีร์พระเวทย์

พระอานุภาพที่ยิ่งใหญ่นี้ เป็นที่เลื่องลือแผ่ไพศาลไปทั่วทวีป จนได้รับการยกย่องถวายพระนามว่า พญาพังพกาฬ (แปลว่า ผู้ทำลายความมืดมิด หรือ ผู้มีอำนาจในการทำลายล้าง ดุจดังพระกาฬ)

ตำนานที่ ๒ คือ ตำนานขุนอินทรไศเลนทร์ และ ขุนอินทรเขาเขียว เรื่องราวของท่านขุนทั้งสองที่เป็นพี่น้องร่วมอุทรเดียวกัน ได้บอกปีพ.ศ.ที่ปรากฎเรื่องราวไว้ คือ ปี พ.ศ. ๑๐๔๐ หรือ ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๑ อันเป็นปีที่ก่อตั้งอาณาจักรศรีวิชัยพอดี ดังนั้น ตำนานนี้ จึงถือเป็นตำนานของการสถาปนาอาณาจักรศรีวิชัยก็เป็นได้ และตำนานนี้แหละครับ ที่อาจจะทำให้ข้อสันนิษฐานที่ว่า ศูนย์กลางของอาณาจักรศรีวิชัย อยู่ที่เมืองไชยา (ปัจจุบัน คือ อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี) หรือ อยู่ที่เมือง ปาเล็มบัง ตอนเหนือของเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย อันเป็นที่ตั้งของพุทธมณฑลแห่งโลก บรมพุทโธ กันแน่

ในขณะนั้นกษัตริย์ผู้ปกครองสุวรณภูมิ (ดินแดนนับตั้งแต่จังหวัดนครปฐม ราชบุรี เรื่อยลงมาจนสุดแหลมมลายู) คือ พระเจ้าจันทรภาณุ (ระหว่างปี พ.ศ. ๑๐๐๐ ถึง ๑๐๑๘) มีพระบารมีบุญญาธิการมาก ได้แผ่อำนาจขยายอาณาเขตออกไปถึงประเทศอินเดีย ยึดประเทศอินเดียได้ และอยู่ปกครองอินเดียจนกลายเป็นมหาราชของอินเดีย ไม่ยอมกลับมายังสุวรรณภูมิเป็นเวลากว่า ๒๐ ปี โดยมอบหมายให้พระอนุชา คือ ขุนหาญบุญไชย เป็นผู้รักษาการปกครองดูแล

ในการนี้ พระโอรสสองพี่น้องของ พระเจ้าจันทรภาณุ คือ ขุนอินทรไสเรนทร์  และ ขุนอินทรเขาเขียว เห็นบ้านเมืองทรุดโทรมลงขาดกษัตริย์ปกครอง จะตั้งตนขึ้นเป็นกษัตริย์แทนพระบิดาก็ไม่ได้ และนึกถึงคำทำนายของพระโสณะเถระ เรื่อง การย้ายบ้านเมือง จึงร่วมกันอพยพผู้คนในครั้งแรก จำนวน ๒,๐๐๐ คนไปสร้างเมืองใหม่ที่เมืองธัมมราช เพราะชอบสภาพดินฟ้าอากาศ เมื่อ พ.ศ. ๑๐๒๓ และให้ชื่อว่า เมือง ช้างค่อมศิริธัมมราช ต่อมาเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น ศรีวิชัยสุวรรณภูมิ ในปี พ.ศ. ๑๐๔๐ ครั้น พ.ศ. ๑๐๒๖ สร้างเมืองเสร็จ เสด็จกลับมาอพยพพลเมืองอีก ๑๕,๐๐๐ คน เข้าไปอยู่ในภายหลัง โดยที่ขุนหาญบุญไชย พระเจ้าอา ไม่อาจทัดทานได้

เมื่อพระเจ้าจันทรภาณุ ผู้เป็นพระราชบิดา เสด็จกลับมาจากอินเดีย เมื่อ ปี พ.ศ. ๑๐๓๐ ก็เสด็จมาพำนักอยู่ที่เมืองศิริธัมมราชด้วย ทำให้สุวรรณภูมิว่างกษัตริย์ เพราะขุนหาญบุญไทย ผู้เป็นพระอนุชา ได้ย้ายเมืองจากสุวรรณภูมิเดิม มาสร้างเมืองใหม่ที่หน้าเขางู (อยู่ในเขตจังหวัดราชบุรี) ชื่อเมือง ราชพลี หรือ สุวรรณภูมิใหม่

 โดยในฐานะที่ท่านเป็น ปฐมกษัตริย์ของเมืองศรีวิชัยสุวรรณภูมิ ได้สร้างขยายเมืองและซ่อมแซมบูรณะพระบรมธาตุเจดีย์ ที่เริ่มทรุดโทรมลงเป็นครั้งแรก ร่วมกับชาวชวาและชนพื้นเมืองเดิม ด้วยคุณงามความดีของพระโอรสสองพี่น้องหลังจากที่ได้สิ้นพระชนม์ลง ประชาชนทั้งหลายจึงได้ยกย่องให้เป็นเสื้อเมืองและทรงเมือง มีฐานะเป็นเทวดาประจำเมือง และเรียกพระนามของท่านทั้งสองว่า “ท้าวจตุคาม และ ท้าวรามเทพ”ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

จากตำนานดังกล่าว จะเห็นว่า พระเจ้าจันทรภาณุ กษัตริย์ที่ปกครองสุวรรณภูมิองค์สุดท้าย มีพระนามพ้องกับ พระเจ้าจันทรภาณุ ในตำนานเจ้าชายรามเทพ ดังนั้น คำว่า จันทรภาณุ ที่แปลว่า ผู้มีอำนาจดุจดังพระอาทิตย์ และ พระจันทร์ (ภาณุ แปลว่า พระอาทิตย์, จันทร แปลว่า พระจันทร์) จึงเป็นพระราชสมัญญานาม ที่ใช้เรียก พระมหากษัตริย์ที่มีพระบรมเดชานุภาพมาก ไม่ใช่ พระนามเฉพาะของกษัตริย์องค์ใดองค์หนึ่ง

ซึ่งต่อมาในภายหลังก็ยังใช้เรียก พระเจ้าศรีธรรมโศกราชที่ ๔ แห่งราชวงศ์ศรีธรรมาโศก ซึ่งครองเมืองศิริธัมมราช  หรือ กรุงศรีธรรมาโศก ในช่วงปี พ.ศ. ๑๗๗๒ ถึง พ.ศ. ๑๘๐๗ ว่า พระเจ้าจันทรภาณุ เช่นกัน และหลายท่านที่ศึกษาประวัติความเป็นมา ขององค์พ่อท้าวจตุคามรามเทพ ต่างก็เชื่อว่า กษัตริย์พระองค์นี้ คือ ท้าวจตุคามรามเทพ ตัวจริง เสียงจริง มีหลักฐานบันทึกไว้ในหลักศิลา และ ประวัติศาสตร์ของลังกาอย่างแน่นอน

ท้ายบทความนี้ ผมขอบอกบุญมายังแฟนคอลัมน์โหราปริทรรศน์ทุกท่าน ซึ่งปกติแล้ว ผมไม่เคยบอกบุญให้กับวัดหนึ่งวัดใด หรือ องค์กรกุศลใด ๆ มาก่อน ตลอดระยะเวลา ๑๐ ปี ที่เขียนคอลัมน์นี้ขึ้นมา เป็นการบอกบุญให้กับวัดพุทธิชิโนฮิลล์ แคลิฟอร์เนีย ซึ่งประสบปัญหาวิกฤติศรัทธาจากประชาชน ในช่วงระยะเวลา ๔ – ๕ ปี ที่ผ่านมา ขณะนี้ปัญหาต่าง ๆ ของทางวัดได้คลี่คลาย และจะหมดสิ้นในเร็ววันนี้ รายละเอียด ผมจะเขียนบทความขึ้นมาชี้แจงโดยเฉพาะ ในสัปดาห์

เมื่อผมได้เข้ามามีส่วนช่วยในการหาทุน ชำระค่าที่ดิน ที่วัดยังเป็นหนี้ ต้องผ่อนส่งอยู่ ด้วยการออกให้บูชาองค์พ่อจตุคามรามเทพ รุ่น อภิมหาเศรษฐี ๒ แผ่นดิน ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง เชื่อว่าไม่นานนัก คงหมดไปจากวัดโดยเร็ว แต่วัดยังต้องการเงินสำหรับบำรุงเสนาสนะ และสร้างสิ่งต่าง ๆ อีกมากมาย

ดังนั้น ในการจัดงานบุญใด ๆ ของทางวัด ผมจึงรับเป็นผู้นำบุญ เช่น รับเป็นเจ้าภาพเทศน์มหาชาติ กัณฑ์สักกบรรพ ในวันอาทิตย์ที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๐ และ รับเป็น หัวหน้าสายผ้าป่าบริวารกฐิน ซึ่งจะทอดในวันอาทิตย์ที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๐ จึงขอบอกบุญมายังทุกท่าน ให้ทำบุญร่วมกันกับผมในครั้งนี้ ตามกำลังศรัทธา

หรือ หากต้องการรับเป็นเจ้าภาพ ผมก็ยินดีอย่างยิ่ง ผมได้เตรียมวัตถุมงคล ที่ผมได้เก็บสะสมไว้เป็นเวลานาน มอบไว้เป็นที่ระลึก สำหรับผู้ที่ทำบุญร่วมกับผมทุกท่าน คือ ถ้าท่านบริจาคทรัพย์ร่วม ทำบุญ ๒๕ เหรียญ จะได้รับ เหรียญรูปอาร์ม เนื้ออัลปาก้า ที่ระลึก พระราชพิธีกาญจนาภิเษก (ร. ๙ ครองราชย์ครบ ๕๐ พรรษา) สร้างโดยกรมธนารักษ์ ปลุกเสกพิธีใหญ่ โดยพระเกจิชื่อดังในยุคนั้น พระสังฆราชเป็นองค์ประธาน ที่วัดพระแก้ว เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๙ จำนวน ๑ เหรียญ

หรือ ทำบุญ ๕๐ เหรียญ จะได้รับ พระสมเด็จ (สำหรับผู้ชาย) และ พระนางพญา (สำหรับผู้หญิง) ของ วัดนก ซอยพาณิชย์ธน กทม. ปลุกเสกเป็นพิธีใหญ่ เมื่อ ปี พ.ศ. ๒๕๒๔ โดยมี หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี กทม. เป็นองค์ประธาน

หากท่านทำบุญ ๑๐๐ เหรียญ จะได้รับ พระสมเด็จเสาร์ ๕ วัดระฆัง ปลุกเสกเมื่อ ปี ๒๕๓๖ หรือ เหรียญหล่อพญาราหู ของ หลวงพ่อมี วัดมารวิชัย อยุธยา เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๘ จำนวน ๑ องค์

ขออย่าถือว่าเป็นการเสนอขายวัตถุมงคล ถือเสียว่า ของที่ผมเก็บสะสม ด้วยความรักและหวงแหน เป็นระยะเวลานานมากกว่า ๑๐ ปี ขึ้นไป เป็นของสูงค่าทางจิตใจ ที่ผมจะมอบเป็นที่ระลึกให้กับผู้ที่มีจิตกุศลร่วมทำบุญกับผมในครั้งนี้ และในครั้งต่อไป เขียนเช็คสั่งจ่าย Boonsom Corhiran ตามที่อยู่หัวคอลัมน์ อย่าลืมให้เบอร์โทร.ติดต่อกลับด้วย เผื่อมีปัญหาวัตถุมงคลบางชนิด หมดลงเสียก่อน ขออนุโมทนาล่วงหน้า ครับ

www.sereechai.com




บทความ ข่าวสารองค์พ่อจตุคาม

ผ้ายันต์กู้วิกฤต องค์พ่อ"จตุคามรามเทพ"
โหราไสย์ในองค์พ่อ (๑) “โหราศาสตร์” พิธีกรรม article
โหราไสย์ในองค์พ่อ (๒) ปาฏิหาริย์ ณ วัดนางพระยา article
โหราไสย์ในองค์พ่อ (๓) ดวงเมืองนครศรีธรรมราช article
โหราไสย์ในองค์พ่อ (๔) รอมาตั้งพันปี article
โหราไสย์ในองค์พ่อ (๕) เผาดวงชะตาเมือง article
โหราไสย์ในองค์พ่อ (๖) พิธีกรรมต่างๆ article
โหราไสย์ในองค์พ่อ (๘) ตอกหัวใจสมุทร ฝังหัวใจเมือง article
โหราไสย์ในองค์พ่อ (๙) article
โหราไสย์ในองค์พ่อ (๑๐)พิธีกรรมประติมากรรม article
โหราไสย์ในองค์พ่อ (๑๑) article
โหราไสย์ในองค์พ่อ (๑๒) article
โหราไสย์ในองค์พ่อ (๑๓) article
โหราไสย์ในองค์พ่อ (7) เทพชุมนุมตัดชัย article
โหราไสย์ในองค์พ่อ (๑๔)อาณาจักรตามพรลิงค์ article
โหราไสย์ในองค์พ่อ (๑๕) โดย อ.เล็ก พลูโต article
พิธีกรรม จำนวนสร้าง ฤกษ์ยาม อาถรรพ์เเห่งเหรียญเเสตมป์ปี 30 article
ลับสุดยอดถอดรหัสขี้ผึ้งศรีวิชัยปี30 article
ถอดรหัสผ้า ยันต์นาคราช article
ลับสุดยอดกับผ้ายันต์ราหูจร article
ใครว่าไม่มีพระสงฆ์ปลุกเสกในปี30 - ดูยอดพระคาถาบูชาองค์พ่อจตุคามฯ article
เหรียญแสตมป์ ปี30 พิมพ์มีหู
เหรียญแสตมป์ ปี30 แยกบล็อก article
เหรียญปิดตาพังพระกาฬ ปี32 สุดยอดแห่งเหรียญสายจตุคามรามเทพ
พระราหูโพธิสัตว์ (๑) โดย อ.เล็ก พลูโต article
เปิดตำนาน เปิดใจ สัมพันธ์ ทองสมัคร article
สัมพันธ์ ทองสมัคร อีกหนึ่งตำนาน...จตุคามฯ ปี ๓๐ article
เมื่อ...จตุคามฯ"ประทับยืน" article
อ.มนตรี จันทพันธ์ ผู้ออกแบบจตุคามฯปี ๓๐ ตัวจริง article
หลอกพระ - โกงเทวดา ผลกรรมจะตามสนอง article
ผู้ตัดไม้ตะเคียนทอง ปี2530 article