dot
>...ตั้มศรีวิชัย TumAmulet ...< Thailand Amulet Charms
dot
bulletคำแนะนำจากตำรวจเมื่อถูกโกง
bulletเงื่อนไขการรับประกัน การันตีพระเครื่อง
dot
สารบัญพระเครื่องเมืองนคร
dot
bulletทำเนียบพระกรุเมืองนคร
bulletทำเนียบพระเครื่องเมืองนคร
bulletชมรมพระเครื่อง
dot
บูชาพระเครื่อง เครื่องรางของขลัง Amulets Charms Talismans
dot
bulletตลาดพระ amulet for you
bulletเช่า-บูชา เครื่องรางของขลัง
bulletพระหลวงปู่ทวด วัดต่างๆ
dot
จตุคาม-รามเทพ หลักเมืองนคร Jatukamramtep (Jatukarm)
dot
bulletหลักเมืองนครศรีธรรมราช
bulletจตุคาม ของดีนำมาโชว์
bulletบทความ น่ารู้องค์พ่อจตุคาม
bulletJatukam Amulets
bulletบทความจตุคามรามเทพ
dot
ลิงค์น่าสนใจ
dot
bulletหนังสือพิมพ์
bulletลิ้งค์เพื่อนบ้าน
bulletเทศกาล วันสำคัญ
bulletดวง ดูดวง หน้าหลัก
bulletบทความดีๆ
bulletนิทานสอนใจ
bulletวัฒนธรรมไทย ประเพณีไทย
bulletบทสวดมนต์ สำหรับชาวพุทธ
dot
พระเครื่อง นานาสาระ
dot
bulletพระพุทธรูปสำคัญของไทย
bulletคาถา-อาคม พระคาถาอาคม
bulletพระพุทธรูปปางต่างๆ
bulletพุทธศาสนสุภาษิต
bulletข่าวพระเครื่อง
bulletบทความพระเครื่อง
bulletThai Buddha Amulets
bulletข่าวพระพุทธศาสนา
bulletข่าวเครื่องรางของขลัง
bulletสาระพระเครื่องไทย
bulletประวัติพระวิปัสสนาจารย์


พระเครื่อง


โหราไสย์ในองค์พ่อ (๙) article

ก่อนที่จะกล่าวถึงพิธีกรรมสำคัญที่เหลืออีก ๓ พิธี เราลองมาวิเคราะห์ดวงเมืองนครศรีธรรมราชที่สถาปนาขึ้นใหม่ เปรียบเทียบกับดวงเมืองเก่าที่ถูกเผาทิ้งไป แล้วจะเห็นถึงพระราชปรีชาญาณในองค์พ่อท่านท้าวจตุคามรามเทพ ในด้านโหราศาสตร์ ที่ต้องใช้ควบคู่กับพิธีกรรมต่าง ๆ ที่ได้กล่าวมา แล้วจะเห็นจริงดัง พระราชสมัญนามของพระองค์ที่ได้รับ คือ“จันทรภาณุ” ที่แปลว่า ผู้มีอำนาจเหนือพระจันทร์ นั้น เหมาะสมกับพระองค์ท่านเพียงไร เพราะดวงจันทร์นั้น มีแสงสว่างมากที่สุดในตอนกลางคืน รัศมีแห่งแสงจันทร์เจิดจ้า กลบดาวดวงอื่น ๆ เด่นเหนือดวงดาวทั้งมวลในจักรวาล ซึ่งก็มีความหมายไปในทำนองที่ว่า พระองค์ท่านอยู่เหนือฟ้า เหนือลิขิตของดวงดาวทั้งหลาย หรืออยู่เหนือผู้คนทุกรูปนามในแผ่นดิน

 

       อันที่จริงผมได้วิเคราะห์ข้อดี – ข้อเสีย ของดวงเมืองเก่าไปแล้ว จึงเว้นที่จะไม่นำมากล่าวซ้ำอีก แต่จะนำมากล่าวเฉพาะในข้อเปรียบเทียบ ในความเหมือน และความแตกต่างกับดวงเมืองใหม่ เพื่อจะได้ศึกษาถึงการพัฒนาการดวงเมือง หรือ การพัฒนาดวงชะตาต่าง ๆ แม้กระทั่งดวงของบุคคล ว่า ถ้าเราเข้าถึงในศาสตร์แห่งโหรอย่างลึกซึ้งแล้ว เราสามารถ พัฒนาดวงชะตา ของเราได้ จะเรียกว่า เปลี่ยนดวง หรือ อยู่เหนือดวงชะตา ก็ว่าได้

                เรื่องของดวงชะตานั้นเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนลึกซึ้ง เพราะนำเข้าไปผสมผสานกับ “กรรม” ของแต่ละบุคคล การแก้ไขดวงชะตานั้นทำได้ แต่ต้องไม่อยู่เหนือกฎแห่งกรรม โหร หรือ คนโบราณเขามีวิธี แก้ดวงแก้กรรมว่าต้องทำอย่างไร ซึ่งผมเองได้เขียนบทความ หรือเรื่องราวดังกล่าวเอาไว้อย่างละเอียด ใครยังไม่เคยอ่าน ก็ลองเข้าไปหาอ่านในเวปไซด์สำนักโหรพลูโตกันเอาเอง

                ดวงเมืองนครศรีธรรมราช ที่สถาปนาเมื่อวันที่ ๓๑ มกราคม พ.ศ. ๑๘๓๐ มีจุดอ่อน และต้องอาถรรพณ์ คำสาป จากพราหมณ์ผู้เรืองเวท ทำให้ผู้คนในบ้านเมืองกรุงศรีธรรมาโศก หรือ ชาวนครศรีธรรมราชในยุคปัจจุบัน ต้องรับกรรมอย่างต่อเนื่องยาวนานมากว่า ๗๐๐ ปี กว่าจะแก้ดวงแก้กรรมได้สำเร็จ ต้องผ่านขั้นตอนและพิธีกรรม ปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ อย่างมากมาย กว่าจะเป็นศาลหลักเมืองที่สมบูรณ์ดังทุกวันนี้ ต้องใช้เวลายาวนานถึง ๑๓ ปี แม้ดวงเมืองใหม่ จะได้รับการบรรจุ หรือ สถาปนาขึ้นมาเมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๙ ก็ตาม แต่ก็ต้องรอคอยการเปลี่ยนแปลง รอคอยการส่งผลของดวงชะตา ต้องค่อยเป็นค่อยไป ค่อย ๆ เติบโต พัฒนาการ เหมือนทารกแรกเกิด กว่าจะโตเป็นหนุ่มเป็นสาว จนทุกวันนี้ ดวงเมืองนครศรี ฯ มีอายุได้ ๒๑ ปี ถ้าเป็นคนก็ต้องถือว่า บรรลุนิติภาวะ เป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์แบบ พร้อมที่จะต่อสู้ชีวิตได้โดยลำพัง ดังนั้น เราจะเห็นได้ว่า ดวงเมืองนครศรีธรรมราชใหม่ ได้ส่งผลดีอย่างใหญ่หลวงแก่ผู้คนในบ้านเมือง โดยเฉพาะในเรื่องของเศรษฐกิจรายได้ ที่แพร่สะพัดมากกว่าวันละหนึ่งพันล้านบาทต่อวัน

                ดวงเมืองใหม่นั้น พระองค์ได้กำหนดให้ ลัคนาดวงเมือง สถิตอยู่ในราศีเมถุน เหมือนกับดวงเมืองเก่า เพราะว่าราศีเมถุน เป็นราศีแห่งสังคม การไปมาหาสู่ เป็นภพสหัชชะโลกธรรมจากราศีเมษ พระองค์ท่านต้องการให้บ้านเมืองของพระองค์ คราคร่ำไปด้วยผู้คนที่สัญจรไปมา ต้องการให้บ้านเมืองเป็นจุดศูนย์กลางของความเจริญ การติดต่อค้าขายทั้งภายในประเทศ และต่างประเทศ ดังนั้น ดวงเมืองนครศรี ฯ หรือ กรุงศรีธรรมาโศก ทั้งดวงเก่า ดวงใหม่ จึงต้องวางลัคนาดวงเมืองไว้ที่ราศีนี้

                ดวงเมืองเก่า มีดาวมฤตยู (๐) เจ้าเรือนภพศุภะ กุมลัคน์ ส่วนดวงเมืองใหม่ มีดาวจันทร์ (๒) เจ้าเรือนการเงินกุมลัคน์ จะเห็นว่า พระองค์ทรงกำหนดให้ดาวที่มากุมลัคน์ มาจากเรือนที่ดี เพื่อเสริมดวงชะตา แม้ว่าในดวงเมืองเก่า ดาวที่กุมลัคน์จะเป็นบาปเคราะห์ให้โทษ แต่ลักษณะของดาวมฤตยู (๐) ที่เป็นดาวธาตุลม หรือแม้แต่ ราหู (๘) เกตุ (๙) ที่เป็นบาปเคราะห์ธาตุลม เวลาให้โทษจะไม่ให้โทษอย่างต่อเนื่องยาวนาน เพราะดาวธาตุลมเป็นดาวอ่อนไหว เอาแน่นอนอะไรไม่ได้นัก ยิ่งในพื้นดวงเมืองเก่า เราจะเห็นว่า มีดาวศุภเคราะห์ทำมุมให้คุณโดยตรงถึง ๓ ดวง คือ อาทิตย์ (๑) พุธ (๔) ตรีโกณ จันทร์ (๒) เล็ง โดยมีพฤหัสบดี (๕) ศุกร์ (๖) ทำมุมกากบาท จึงส่งผลให้มฤตยู (๐) ในพื้นดวง เป็นดาวที่ให้คุณมากกว่าให้โทษ โดยเฉพาะภพศุภะ หรือ ดาวมฤตยู (๐) นั้น เป็นดาวที่มีความหมายเกี่ยวกับการต่างประเทศโดยตรง จึงไม่แปลกใจอะไร ที่กรุงศรีธรรมาโศก หรือ จังหวัดนครศรีธรรมราช จึงเป็นศูนย์กลางของการติดต่อสื่อสาร การค้า การท่องเที่ยวระหว่างประเทศ มีชาวต่างประเทศ หรือ แขกบ้านแขกเมืองมาแวะเยี่ยมเยียนไม่ขาดสาย

                ในดวงเมืองใหม่ ดาวจันทร์ (๒) เจ้าเรือนการเงินที่เกาะกุมลัคนา มีดาวแบคคัส (บ) มหาลาภทางการเงิน เจ้าเรือนการเงินโลกธรรม นำหน้า มีดาวพุธ (๔) พฤหัสบดี (๕) ตรีโกณ มีอาทิตย์ (๑) ศุกร์ (๖) ทำมุมกากบาท จึงส่งผลทำให้เศรษฐกิจรายได้ของชาวเมือง อยู่ในเกณฑ์ที่ดี ร่ำรวยเป็นเศรษฐีทุกถ้วนหน้า

                อย่างที่กล่าวไว้ ดวงชะตาที่ดีนั้น จะต้องประคับประคองดาวศุภเคราะห์ ให้อยู่ในภพที่ ๘ ถึง ๑๒ อันเป็นภพเหนือฟ้า ให้มากที่สุด และต้องหลีกเลี่ยง ไม่ให้ดาวศุภเคราะห์นั้น ๆ อยู่ในภพทุสถานะ คือ อริ มรณะ และวินาศนะ อย่างเช่น ดวงเมืองนครศรีธรรมราช หรือ กรุงศรีธรรมาโศก ทั้งเก่าและใหม่ ในดวงเมืองเก่า พระองค์กำหนดให้ดาวศุภเคราะห์ถึง ๔ ดวง คือ อาทิตย์ (๑) พุธ (๔) อยู่ในภพที่ ๙ ศุภะ พฤหัสบดี (๕) ศุกร์ (๖) ลอยเหนือศีรษะขณะเกิด ภพที่ ๑๐ กัมมะ โดยมีดาวจันทร์ (๒) เล็งลัคน์ จะเห็นว่า ไม่มีดาวศุภเคราะห์ใดลอยในภพทุสถานะเลย

ในดวงเมืองใหม่ ก็เช่นกัน พระองค์ทรงกำหนดให้ดาวศุภเคราะห์ ๔ ดวง คือ พุธ (๔) พฤหัสบดี (๕) ลอยอยู่ในภพที่ ๙ ศุภะ อาทิตย์ (๑) ศุกร์ (๖) อยู่ในภพกัมมะ โดยมีดาวจันทร์ (๒) กุมลัคน์ ไม่มีดาวศุภเคราะห์ใดอยู่ในภพทุสถานะ แม้กระทั่งดาวแบคคัส (บ) ศุภเคราะห์ในระบบพลูหลวง พระองค์ก็ทรงวางเอาไว้ในภพการเงิน นำหน้าลัคนา นำหน้าดาวเจ้าเรือนการเงิน แม้จะไม่ลอยอยู่เหนือฟ้า แต่ก็ส่งผลโดยตรงกับดวงชะตา ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าดาวกุมลัคน์ และดาวที่ลอยอยู่ในภพกัมมะ หรือ เหนือศีรษะขณะเกิด

ที่น่าแปลก และสะดุดใจ ก็คือ ทั้งดวงเมืองเก่าและใหม่ พระองค์ทรงวางดาวศุกร์ (๖) เจ้าเรือนปุตตะ ลอยเหนือศรีษะขณะเกิดในภพกัมมะ โดยที่ศุกร์ (๖) ในราศีมีนนั้น ได้ตำแหน่งที่ดี คือ เป็นมหาอุจ ถือว่า ศุกร์ (๖) เจ้าเรือนปุตตะ เป็นดาวที่เด่นมาก ส่งผลให้พสกนิกรของพระองค์ ที่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของดวงเมืองเก่าและใหม่ มีอำนาจวาสนา บารมี มีวิถีชีวิตที่ผาสุก สงบ ร่มเย็น มีเศรษฐกิจรายได้ที่ดี เพราะศุกร์ (๖) ในความหมายของโหรโบราณ คือ เป็นดาวโภคทรัพย์ ดังกลอนที่ว่า ดูโภคทรัพย์ให้ดูศุกร์ (๖) ดูโทษทุกข์ให้ดูเสาร์ (๗)

พูดถึงดาวเสาร์ (๗) ตัวทุกข์โทษ ในพื้นดวงเมืองเก่า เสาร์ (๗) เจ้าเรือนมรณะ จรอยู่ในภพศุภะ ถือว่าเสาร์เด่นในพื้นดวง จึงให้โทษทุกข์แก่ผู้คนในเมือง จากภัยสงคราม ภัยธรรมชาติ โรคระบาด ต้องอพยพผู้คน ทิ้งเมืองให้เป็นเมืองร้างหลายครั้งหลายครา กรุงศรีธรรมาโศก ต้องตกอยู่ภายใต้การปกครองของเมืองอื่นมาจนทุกวันนี้ นี่เป็นจุดอ่อนอีกจุดหนึ่ง ที่พระองค์ต้องทรงแก้ไขดวงเมืองเก่า ด้วยการเผาทิ้ง และสถาปนาดวงเมืองใหม่ขึ้นมา

เสาร์ (๗) ในดวงเมืองใหม่ เจ้าเรือนมรณะเหมือนกัน แต่พระองค์ท่านกำหนดให้ไปอยู่ในภพอริ และกำหนดให้มีดาวบาปเคราะห์เบียนอย่างรุนแรง คือ มีมฤตยู (๐) กุม อังคาร (๓) เนปจูน (น) บีบหน้า พลูโต (พ) บีบหลัง เกตุ (๙) กากบาท ราหู (๘) ทำมุมปลายหอก เรียกว่า เสาร์ (๗) ตัวทุกข์โทษ ปัญหาอุปสรรคศัตรู ในพื้นดวง “ดับสนิท” ส่งผลให้ผู้คนในเมืองนครศรี ฯ ในยุคปัจจุบัน ปราศจากทุกข์โทษภัย อันตรายทั้งหลายทั้งปวง ศัตรูที่คิดร้าย จะต้องแพ้ภัยตนเอง เมืองนครศรี ฯ แม้จะอยู่ภายใต้การปกครองของเมืองอื่น (คือ กรุงรัตนโกสินทร์) ก็จะโดดเด่น เป็นศรีสง่า เชิดหน้าชูตา ล้ำหน้ากว่าเมืองใดในสยามประเทศ

                ราหู (๘) และ เกตุ (๙) เกษตรราศีเมถุน เจ้าเรือนลัคน์ ในระบบพลูหลวง ถือเป็นดาวประจำเมืองของกรุงศรีธรรมาโศก และเมืองนครศรีธรรมราชมาทุกยุคทุกสมัย ตั้งแต่สถาปนาเมืองขึ้นมาเลยทีเดียว ในพื้นดวงเมือง ทั้งเก่าและใหม่ แม้ดาวทั้งสองจะเป็นบาปเคราะห์ร้ายให้โทษ พระองค์ท่านก็จะไม่วางไว้ในตำแหน่งที่ให้โทษ หรือ ภพทุสถานะ คือ อริ มรณะ วินาศนะ อย่างเด็ดขาด ในพื้นดวงเมืองเก่า พระองค์วางราหู (๘) ไว้ที่ภพปุตตะ วางเกตุ (๙) ไว้ที่ภพกัมมะ ส่วนในพื้นดวงใหม่ พระองค์ทรงวางราหู (๘) ไว้ที่ภพลาภะ ในตำแหน่งโยคหลัง และ วางเกตุ (๙) ไว้ที่ภพสหัชชะ ในตำแหน่งโยคหน้า โดยการให้ราหู (๘) และเกตุ (๙) ทำมุมตรีโกณเสริมกำลังซึ่งกันและกัน

                ในพื้นดวงใหม่ ราหู (๘) และ เกตุ (๙) เจ้าเรือนลัคน์ ที่โยคหน้า โยคหลังลัคนาดวงเมือง ถือเป็นโยคเกณฑ์ที่ดีอีกโยคเกณฑ์หนึ่ง ถ้าเป็นดวงบุคคลจะส่งผลให้เจ้าชะตา มีผู้แนะนำช่องทางที่ดี (โยคหน้า) และมีผู้ที่สนับสนุนส่งเสริมที่ดี (โยคหลัง) ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม ถ้าเป็นดวงบ้านดวงเมือง อย่างนครศรี ฯ ก็จะส่งผลให้เมืองนครศรี ฯ เป็นเมืองแห่งมนต์เสน่ห์ มีมนต์ขลัง ทำให้ผู้คนที่มาเยือน เมื่อกลับไปแล้ว ก็จะพากันคิดถึง และย้อนหวลคืนมาอีก เมืองนครศรี ฯ จะเป็นเมืองแห่งผู้นำในด้านต่าง ๆ ทั้งอารยธรรมแต่โบราณ และอารยธรรมสมัยใหม่ มีสิ่งแปลก ๆ ใหม่ ๆ ปรากฎการณ์ใหม่ ๆ เกิดขึ้นที่เมืองนครศรี ฯ แห่งนี้ และจะเป็นที่ยอมรับ และได้รับการสนับสนุนจากทุกฝ่ายอีกด้วย

                ราหู (๘) และเกตุ (๙) คราสร้าย แม้ธรรมชาติจะเป็นดาวร้าย ดาวที่ให้โทษในพื้นดวงชะตา แต่ในความเป็นจริง ถ้าเราได้ศึกษาธรรมชาติของดวงดาวอย่างลึกซึ้งแล้ว จะพบว่า ราหู (๘)  และเกตุ (๙) ไม่ได้เป็นดาวร้ายบริสุทธิ์ ชนิดที่ไม่อาจคบหาสมาคมได้ ถ้าจะพูดถึงความร้ายกาจ ในทัศนะของผม ผมว่า ดาวเสาร์ (๗) ดาวอังคาร (๓) ดูท่าจะร้ายกาจ น่ากลัว ไม่น่าคบมากกว่า ซึ่งเรื่องนี้ โหรโบราณ พระเกจิคณาจารย์เจ้าผู้เรืองวิชา ท่านทราบเป็นอย่างดี มีวัตถุมงคลรูปพระราหูให้บูชากันอย่างแพร่หลายมานานนับร้อยปี แม้กระทั่งองค์ท่านท้าวจตุคามรามเทพ พระองค์ก็ทรงทราบ ถึงกับนำเอา ตราพระราหู มาเป็นตราแห่งพระราชอำนาจของพระองค์ ยิ่งในยุคปัจจุบันด้วยแล้ว ผู้ที่นิยมชมชอบ หรือ ศรัทธาในวัตถุมงคลท่านท้าวจตุคามรามเทพ จะต้องพกพาตราพระราหู ซึ่งส่วนมากจะเรียงรายเป็นวงกลมถึง ๘ ทิศ ติดตามตัวไปด้วยเสมอ เรียกว่า เป็นของคู่กัน จะขาดกันไม่ได้ ถือเสมือนว่า ตราพระราหู เป็นของวิเศษคู่บ้านคู่เมืองนครศรี ฯ ที่องค์พ่อท้าวจตุคามรามเทพ ทรงพระราชทานให้กับทุกคน ไม่ว่าจะศรัทธาในพระองค์ท่านหรือไม่ก็ตาม

                ในดวงเมืองใหม่ พระองค์ทรงกำหนดให้ ลัคนาดวงเมือง สถิตในเทศาตรีฤกษ์ อันเป็นฤกษ์ที่ใช้ในการประกอบธุรกิจการค้า การติดต่อสื่อสาร การเดินทาง จึงไม่เป็นที่แปลกใจอะไร ที่ผู้คนในเมืองนครศรี ฯ ยุคปัจจุบัน จึงหันมาทำการค้าขาย “วัตถุมงคลท่านท้าวจตุคามรามเทพ” กันทั่วบ้านทั่วเมือง กระจายไปทั่วประเทศ และต่างประเทศ ปัจจุบันออกมาทุกวัน วันละหลายรุ่น นับรวมกันแล้ว ไม่น้อยกว่า ๗๐๐ รุ่น (ข้อมูลครึ่งปีแรก ๒๕๕๐) แล้วล่ะครับ และใช่ว่าจะหยุดยั้งแค่นี้ ข่าวการสร้างมีมาเรื่อย ๆ ไม่ใช่การสร้างกระแสอย่างที่หลายคนคาดเดา แต่นี่คือปรากฎการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เป็นครั้งแรกในโลก นำสถิติไปลงในกินเนสต์บุ๊คได้เลย

                ดาวจันทร์ (๒) ในพื้นดวงเมืองใหม่ สถิตอยู่ในเพชฌฆาตฤกษ์ อันเป็นฤกษ์ที่กล้าแข็ง และทำลายล้างทุกสิ่ง เมื่อกุมลัคน์ด้วยแล้ว ผู้ใดหากคิดทำร้าย ให้ร้าย ขัดขวาง หรือ จ้องทำลายผู้คนในเมืองนครศรี ฯ ไม่ว่าในรูปแบบใด ๆ ด้วยจิตริษยา ทั้งทางตรง หรือทางอ้อมก็ตาม นอกจากจะทำการไม่สำเร็จแล้ว ก็จะแพ้ภัยตนเอง ไม่เว้นแม้แต่ผู้คิดร้ายนั้น จะอยู่ในสถานะใด เพศใด ฆราวาส หรือ นักบวช เมื่อให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นต้องถึงตัว ไม่ช้าก็เร็ว แล้วมาคอยดูกัน ว่า จริงหรือไม่ ?

www.sereechai.com




บทความ ข่าวสารองค์พ่อจตุคาม

ผ้ายันต์กู้วิกฤต องค์พ่อ"จตุคามรามเทพ"
โหราไสย์ในองค์พ่อ (๑) “โหราศาสตร์” พิธีกรรม article
โหราไสย์ในองค์พ่อ (๒) ปาฏิหาริย์ ณ วัดนางพระยา article
โหราไสย์ในองค์พ่อ (๓) ดวงเมืองนครศรีธรรมราช article
โหราไสย์ในองค์พ่อ (๔) รอมาตั้งพันปี article
โหราไสย์ในองค์พ่อ (๕) เผาดวงชะตาเมือง article
โหราไสย์ในองค์พ่อ (๖) พิธีกรรมต่างๆ article
โหราไสย์ในองค์พ่อ (๘) ตอกหัวใจสมุทร ฝังหัวใจเมือง article
โหราไสย์ในองค์พ่อ (๑๐)พิธีกรรมประติมากรรม article
โหราไสย์ในองค์พ่อ (๑๑) article
โหราไสย์ในองค์พ่อ (๑๒) article
โหราไสย์ในองค์พ่อ (๑๓) article
โหราไสย์ในองค์พ่อ (7) เทพชุมนุมตัดชัย article
โหราไสย์ในองค์พ่อ (๑๔)อาณาจักรตามพรลิงค์ article
โหราไสย์ในองค์พ่อ (๑๖) โดย อ.เล็ก พลูโต article
โหราไสย์ในองค์พ่อ (๑๕) โดย อ.เล็ก พลูโต article
พิธีกรรม จำนวนสร้าง ฤกษ์ยาม อาถรรพ์เเห่งเหรียญเเสตมป์ปี 30 article
ลับสุดยอดถอดรหัสขี้ผึ้งศรีวิชัยปี30 article
ถอดรหัสผ้า ยันต์นาคราช article
ลับสุดยอดกับผ้ายันต์ราหูจร article
ใครว่าไม่มีพระสงฆ์ปลุกเสกในปี30 - ดูยอดพระคาถาบูชาองค์พ่อจตุคามฯ article
เหรียญแสตมป์ ปี30 พิมพ์มีหู
เหรียญแสตมป์ ปี30 แยกบล็อก article
เหรียญปิดตาพังพระกาฬ ปี32 สุดยอดแห่งเหรียญสายจตุคามรามเทพ
พระราหูโพธิสัตว์ (๑) โดย อ.เล็ก พลูโต article
เปิดตำนาน เปิดใจ สัมพันธ์ ทองสมัคร article
สัมพันธ์ ทองสมัคร อีกหนึ่งตำนาน...จตุคามฯ ปี ๓๐ article
เมื่อ...จตุคามฯ"ประทับยืน" article
อ.มนตรี จันทพันธ์ ผู้ออกแบบจตุคามฯปี ๓๐ ตัวจริง article
หลอกพระ - โกงเทวดา ผลกรรมจะตามสนอง article
ผู้ตัดไม้ตะเคียนทอง ปี2530 article