| เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ศาลเจ้าเล่งจูเกียง

เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว กับตำนานที่เล่ากันมา
ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว หรือ ศาลเจ้าเล่งจูเกียง จังหวัดปัตตานี ซึ่งจะมี
งานสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ทุกปีชมขบวนแห่ "พระหมอ
องค์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว" หากเอ่ยถึงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ขึ้นชื่อของ จ.ปัตตานี
คนทั่วไปก็มักจะนึกถึงอยู่ 3 แห่งพร้อมๆ กัน คือ มัสยิดกรือเซะ วัดช้างให้ และ
ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์แห่งการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขของคน
3 เชื้อชาติ 3 ศาสนาได้อย่างดีที่สุด แต่ถ้าเป็นช่วงต้นๆ
ปีที่คาบเกี่ยวกับเทศกาลตรุษจีนเช่นนี้คนย่อมนึกถึงงานสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอ
เหนี่ยวเป็นหลัก
โดยงานเทศกาลเฉลิมฉลองอันยิ่งใหญ่นี้ได้จัดต่อเนื่องกันมาเป็นเวลานานแล้ว
โดยจะจัดขึ้นหลังวันตรุษจีน 15 วัน หรือในวันเพ็ญเดือน 3
ตามจันทรคติของไทย
ที่เป็นที่น่าอัศจรรย์ยิ่งกว่านั้น คือ
งานฉลองเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวตรงกับ "วันมาฆบูชา"
ซึ่งถือเป็นการเริ่มวันสำคัญทางศาสนาวันแรกของชาวพุทธในแต่ละปีอีกด้วย

พิทักษ์ ก่อเกียรติพิทักษ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองปัตตานี
กล่าวว่า เทศบาลร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนราธิวาส
จัดงานสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว และมหกรรมท่องเที่ยวปัตตานี 2552 ระหว่างวันที่
6-10 กุมภาพันธ์
ยกตัวอย่างเช่น
การสมโภชแห่แหนรูปสลักไม้มะม่วงหิมพานต์ของเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ขบวนแห่องค์เทพ
พิธีลุยไฟ และแสดงอภินิหารต่างๆ เพื่อพิสูจน์ความศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าแม่
การแสดงอภินิหารนี้ผู้ร่วม พิธีจะต้องถือศีลกินเจอย่างน้อย 7
วันก่อนทำพิธี และเป็นที่น่าอัศจรรย์ว่า
อานิสงส์แห่งการถือศีลกินเจส่งให้ผู้เข้าร่วมพิธีสามารถแสดงอภินิหารขององค์
เจ้าแม่ได้อย่างน่าทึ่งจนเป็นที่กล่าวขานกันมาช้านาน

นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองปัตตานี กล่าวอีกว่า
งานสมโภชเจ้าแม่ปีนี้จะจัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ รู้รักสามัคคี ปัตตานีมีสุข
โดยมีกิจกรรมอื่นๆ มาประกอบเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ เช่น
-การแข่งขัน แรลลี่ท่องเที่ยว 3 ชุมชน 3 วัฒนธรรม
โดยเริ่มต้นจากลานศิลปวัฒนธรรมไปตามแหล่งท่องเที่ยว และชุมชนทั้ง 3 ศาสนา คือ
ชุมชนหลังแขวง (วิถีพุทธ) ชุมชนจะบังติกอ (วิถีมุสลิม) และชุมชนหัวตลาด"
(วิถีชาวไทยเชื้อสายจีน) และวนมาจบที่จุดเดิม
นอกจากนี้ภายในงานจะได้พบกับศิลปินแห่งชาติ ขาเดร์ แวเด็ง
ที่จะมาบรรเลงเพลงพื้นบ้านอันทรงคุณค่าควบคู่ไปกับการประกวด "ดิเกร์ฮูลู" หรือ
"ลิเกฮูลู"

รวมทั้งการประกวด "เชิดสิงโตบนเสาดอกเหมย" และชมการแสดงมหรสพ
เช่น อุปรากรจีน (งิ้ว) มโนราห์ รวมถึงการออกร้านจําหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนใน 3
จังหวัดชายแดนใต้
สำหรับไฮไลท์ของงานนี้ย่อมหนีไม่พ้น "พิธีลุยไฟ"
ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ตั้งแต่เวลา 05.09 น. พร้อมกับชมขบวนแห่ "พระหมอ
องค์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว" และองค์พระทุกองค์
ขบวน
ดังกล่าวจะแห่จากหน้าศาลเจ้าเล่งจูเกียงไปตามเส้นทางที่กําหนด ณ เชิงสะพานเดชานุชิต
จากนั้นเวลา 06.30 น. ขบวนแห่พระหมอ องค์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว
และองค์พระกระทําพิธีลงน้ำ ณ ศาลเจ้าเล่งจูเกียง
เวลา 09.00 น.ทํา "พิธีก่อไฟ" จากนั้นเวลา 11.00
น.ชมขบวนแห่พระหมอ องค์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว องค์พระทุกองค? และเริ่มกระทํา
"พิธีลุยไฟ"
กระทั่งในเวลา 12.00 น.เสร็จสิ้นพิธีลุยไฟ
ทำพิธีอัญเชิญพระหมอ องค์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว
องค์พระทุกองค์เข้าประดิษฐานในศาลเจ้าเล่งจูเกียงอีกครั้ง
นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองปัตตานี กล่าวว่า
การประกอบพิธีแห่พระลงน้ำ-ลุยไฟ
ประชาชนในพื้นที่ยังคงยึดปฏิบัติเช่นเดิมทุกปีและจะจัดอย่างยิ่งใหญ่ยิ่ง
ขึ้นเรื่อยๆ
เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนผู้เลื่อมใสศรัทธาได้เข้าร่วมพิธีอย่างทั่วถึง
เขาเชื่อว่า
งานสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวในปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาร่วมงาน
กันอย่างคึกคักเหมือนดังเช่นทุกปีที่ผ่านมา
และขอให้ประชาชนชาวจังหวัดปัตตานีร่วมเป็นเจ้าภาพต้อนรับผู้ร่วมงานในฐานะ
เจ้าบ้านอย่างเต็มที่
ไพศาล รัตนะ ที่มา...http://www.komchadluek.net/ |