| เครื่องรางของขลัง หลวงพ่อน้อย วัดศรีษะทอง 
พระราหูอมจันทร์ เนื้อกะลาตาเดียว รูปจากคุณขมังเวทย์
เครื่องรางของขลัง หลวงพ่อน้อย วัดศรีษะทอง เครื่องราง-ของขลังที่ขึ้นชื่อของท่านคือ พระราหูอมจันทร์ เนื้อกะลาตาเดียวและวัวธนู ท่านได้สร้างวัตถุมงคลและพระเครื่องหลายอย่าง เป็นที่เสาะหาต้องการของใครหลายๆคน เนื่องจากพุทธคุณสูงมาก โดยเฉพาะเครื่องรางของขลังที่ขึ้นชื่อคือ พระราหูอมจันทร์ของวัดศรีษะทองมีลักษณะและวิธีการสืบมาจาก หลวงพ่อไตร แต่ได้มีการสร้างมากที่สุดในสมัยหลวงพ่อน้อย เป็นการสร้างตามตำรับใบลานจานอักขระขอมลาวที่นำมาจากประเทศลาวโดยตรง
วัวธนูของหลวงพ่อน้อย มีด้วยกัน 2 รูปแบบ แบบแรกเป็นวัวธนูที่แกะจากปลายยอดเขากระทิง แต่ค่อนข้างจะหายาก เนื่องจากเขาข้างเดียวแกะได้เพียงตัวเดียวเท่านั้น อีกทั้งการแกะ ต้องแกะในช่วงเวลาตามฤกษ์ที่กำหนด ส่วนแบบที่สองเป็นวัวธนูที่ปั้นขึ้นจากครั่ง ซึ่งครั่งที่จะนำมาสร้างวัวธนู ต้องนำมาจากกิ่งพุทราที่ชี้ไปทางทิศตะวันออก กล่าวว่าต้องใช้ครั่งถึง 3ต้นขึ้นไป แต่หากใช้จากกิ่งตายพรายกิ่งเดียวก็พอ ด้วยมีอานุภาพตามความเชื่อ
หลวงพ่อน้อย นาวารัตน์ วัดศรีษะทอง จังหวัดนครปฐม

ประวัติหลวงพ่อน้อย วัดศรีษะทอง
หลวงพ่อน้อย เกิดเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2435 ตรงกับวันแรม 13 ค่ำ ปีมะโรง ที่บ้านศรีษะทอง บิดาชื่อนายมา มารดาชื่อนางมี นาวารัตน์ หลวงพ่อน้อยมีพี่น้องทั้งหมด 5 คน หลวงพ่อน้อย ท่านเป็นน้องคนสุดท้อง โยมบิดาของหลวงพ่อน้อยเป็นหมอ รักษาโรคแบบแผนโบราณและเป็นหมอไสยศาสตร์ที่เก่งกล้าทางอาคม ชาวบ้านเรียกกันว่า "พ่อหมอ" อยู่ยงคงกระพันขนาดเอามีดคมๆ สับเนื้อหนังตนเองให้ดูได้สบายไม่ระคายเคืองผิวหนังแต่อย่างใด ในสมัยที่ยังเป็นหนุ่มท่านเคยสู้กับนักเลงต่างถิ่น ถึงขั้นถูกรุม ท่านคนเดียว ยังไล่ฟันพวกนักเลงต่างถิ่นต่างบาง ด้วยดาบยับเยินไปทุกคนขึ้นชื่อว่า "พ่อหมอ" นักเลงรุ่นนั้นเป็นส่ายหน้าหนีจนเป็นที่เลื่อมใสของคนลาวโดยทั่วไป เมื่อหลวงพ่อน้อย ท่านอายุได้ 21 ปี ก็ได้บวช เมื่อวันพฤหัสบ ที่ 14 ขึ้น 12 ค่ำ เดือนเมษายน พ.ศ. 2456 ปีฉลู โดยมีพระอธิการยิ้ว เจ้าอาวาสวัดแคเป็นพระอุปฌาจารย์,พระอธิการเกิด วัดงิ้วรายเป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระภิกษุมุน วัดกลางคูเวียงเป็นพระอนุสาวนาจารย์ได้รับฉายาว่า "คนธโชโต"
วัตถุมงคล-เครื่องรางของขลัง โดยเฉพาะพระราหูอมจันทร์ เนื้อกะลาตาเดียวล้วนเป็นที่เสาะแสวงหา วัวธนู เป็นอีกหนึ่ง “เครื่องรางของขลัง”ที่มีชื่อเสียงของท่านวิชาการสร้างวัวธนูและราหูอมจันทร์ ที่สร้างสืบทอดตำราจากหลวงพ่อไตร อดีตเจ้าอาวาสรูปแรกของวัดศรีษะทอง และผสมผสานกับตำราของบิดา ซึ่งเป็นหมอแผนโบราณพระราหูอมจันทร์ เนื้อกะลาตาเดียวของหลวงพ่อน้อย วัดศรีษะทอง คาถาบูชาพระราหู ตำรับหลวงพ่อน้อย วัดศีรษะทอง
พระเครื่อง-วัตถุมงคล เครื่องรางและของขลัง พระราหูอมจันทร์ของวัดศรีษะทองมีลักษณะและวิธีการสืบมาจากหลวงพ่อไตร แต่ได้มีการสร้างมากที่สุดในสมัยหลวงพ่อน้อย เป็นการสร้างตามตำรับใบลานจานอักขระขอมลาวที่นำมาจากประเทศลาวโดยตรง เครื่องรางของขลังที่ให้คุณ ในด้านของโชคลาภ การพ้นเคราะห์ แก้กรรมต่างๆ และเพื่อเสริมดวงชะตาก็คงจะต้องยกให้กับพระราหูอมจันทร์ เนื้อกะลาตาเดียวแกะ หลวงพ่อน้อย วัดศรีษะทอง จ.นครปฐม

เครื่องรางวัวธนู
เครื่องรางของขลัง วัวธนูของหลวงพ่อน้อย มีด้วยกัน 2 รูปแบบ แบบแรกเป็นวัวธนูที่แกะจากปลายยอดเขากระทิง แต่ค่อนข้างจะหายาก เนื่องจากเขาข้างเดียวแกะได้เพียงตัวเดียวเท่านั้น อีกทั้งการแกะ ต้องแกะในช่วงเวลาตามฤกษ์ที่กำหนด ส่วนแบบที่สองเป็นวัวธนูที่ปั้นขึ้นจากครั่ง ซึ่งครั่งที่จะนำมาสร้างวัวธนู ต้องนำมาจากกิ่งพุทราที่ชี้ไปทางทิศตะวันออก กล่าวว่าต้องใช้ครั่งถึง 3ต้นขึ้นไป แต่หากใช้จากกิ่งตายพรายกิ่งเดียวก็พอ ด้วยมีอานุภาพตามความเชื่อ แต่การสร้างวัวธนูนั้น มิใช่ครั่งแต่เพียงอย่างเดียว หากยังผสมผสานมวลสารอื่นๆ ไว้อีก และเวลาปั้นเป็นรูปวัวธนู จะใช้ลวดทองแดงหรือลวดเงิน เป็นแกนยึดด้านใน วัวธนูที่ปั้น มีทั้งตัวใหญ่ ตัวเล็กสวยบ้างไม่สวยบ้าง แล้วแต่ฝีมือการปั้นของแต่ละคนที่มาช่วยปั้น นอกจากนั้นการปั้นวัวธนูด้วยครั่งนี้ ต้องทำตามฤกษ์เวลาที่ตำราระบุไว้ด้วยซึ่งตามตำราระบุช่วงเวลาของฤกษ์ต่างกันตามช่วงคือ
ฤกษ์วันมาฆบูชา กำหนดฤกษ์ในช่วงตั้งแต่พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปจนถึงเที่ยงคืน แต่ต้องเลือกตัดฤกษ์ ช่วงหนึ่งช่วงใดที่ดีที่สุด อาจจะ 1-3 ชั่วโมงตามแต่ช่วงฤกษ์
วันวิสาขบูชากำหนดฤกษ์ตั้งแต่พระอาทิตย์พ้นขอบฟ้าตอนเช้าถึงเที่ยงและเลือกตัดฤกษ์ เช่นฤกษ์วันมาฆบูชา
ฤกษ์วันอาสาฬหบูชา กำหนดฤกษ์ตั้งแต่บ่าย โดยคาดคะเนจาก ตอนพระอาทิตย์อยู่เหนือยอดไม้ใกล้ลับขอบฟ้าไปจนถึงพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ฤกษ์ในวันนี้ไม่ต้องตัดฤกษ์แต่ประการใดด้วยวันนี้เป็นวันดีอยู่แล้ว
กล่าวสำหรับดอกไม้ในพิธีก็มีกำหนดไว้เช่นกัน ฤกษ์วันมาฆบูชา ใช้ดอกไม้ 4 สี ในความหมายถึง จาตุรงคสันนิบาต วันวิสาขบูชา ใช้ดอกไม้ 3 สี ในความหมายถึง ประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพาน วันอาสาฬหบูชา ใช้ ดอกไม้ 8 สี ในความหมายถึง มัชฌิมาปฏิปทาหรือมรรค 8 กระนั้นเมื่อได้ฤกษ์เวลาตามกำหนดแล้ว ก่อนปั้นวัวธนู ต้องเริ่มกระทำพิธีบวงสรวง เครื่องใช้ในพิธีได้แก่ ราชวัติ(รั้วแถวที่มีฉัตรปักเป็นระยะ)ฉัตรธงต้นอ้อย ต้นกล้วย เครื่องบัตรพลีบายสีเก้าชั้น บายสีปากชาม พิธีกระทำกันในอุโบสถ มีลานพิธีสี่เหลี่ยมเพดานคาดด้วย ผ้าขาวขลิบทอง เครื่องสังเวยประกอบด้วย หัวหมูเครื่องพล่า ปลายำ ผลไม้นาๆชนิดล้อมวงด้วยด้ายสายสิญจน์รอบอุโบสถ
วัวธนูมีหลายคนเคยได้ยินได้ฟัง จะพบว่ามันถูกเสกมีร่างใหญ่โตเท่าวัวจริง ส่งไปสู้กับฝ่ายตรงข้าม แต่สำหรับวัวธนูของหลวงพ่อน้อย คนธโชโต เป็นวัวธนูที่สร้างขึ้นเพื่อความสิริมงคล
กล่าวคือไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นอาวุธเช่นฆ่ากันแต่ประการใด อาจจะเห็นได้จากอุปเท่ห์(วิธีดำเนินการ)การใช้วัวธนูของหลวงพ่อน้อย คนธโชโต ซึ่งกล่าวไว้ว่า ถ้าจะค้าขายก็ดี หรือไปติดต่อผู้ใดให้พกวัวธนูติดตัวไป จะสำเร็จสมปรารถนาที่ตั้งไว้ ถ้ามีศัตรูคู่อริคิดร้ายทำลายชีวิตหรืออาฆาตมาดร้ายมานานก็ดี เอาวัวธนูติดตัวไป หากพบเจอกันได้เจรจากันแล้ว เขาจะเห็นใจเลิกอาฆาตจองเวรหายโกรธแค้น ถ้าไปหาผู้ใหญ่ ขุนนาง ท้าวพระยาให้เอาวัวธนูรดน้ำแล้วใช้ประพรมสิ่งของ ที่จะนำไปมอบให้ผู้ใหญ่ท่านนั้น เขาจะรักและเมตา ถ้าจะใช้ป้องกันตัวให้นำน้ำรดวัวธนูนำไปประพรมหญ้าอาหาร ถ้าจะให้เป็นสิริมงคลแก่ตัว ให้นำเอาน้ำที่รดวัวธนู มาใส่น้ำอาบตัวเรา หากผู้หนึ่งผู้ใดบูชาวัวธนูทุกค่ำเช้าผู้นั้นย่อมเจริญ วิธีบูชาวัวธนูนั้น ให้นำเอาใบพุทรา 7 ใบ หญ้าคา 7 ยอด หรือใบ มาขดให้เป็นวงแหวน เอาใส่ในที่ตั้งวัวธนู เป็นบทความน่าสนใจไม่มีวัตถุมงคลให้บูชา
|