พระอาจารย์คึกฤทธิ์ 
โครงการตวันธรรม โดย องค์การเผยแผ่วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร ร่วมกับ สำนักงานเขตบางรัก และ โรงแรมตวันนา ขอเชิญร่วมรับฟังการบรรยายในโครงการตวันธรรม ครั้งที่ ๕๐ โดย พระอาจารย์คึกฤทธิ์ โสตฺถิผโล เจ้าอาวาสวัดนาป่าพง จ.ปทุมธานี รื่อง ธรรมะจากพระโอษฐ์-การละนันทิ หรือการละความเพลิน พร้อมทั้งร่วมเจริญสมาธิภาวนา เรื่อง การวิปัสสนา ตอนที่ ๙ โดย พระราชปฏิภาณมุนี (บุญมา อาคมปุญโญ) ประธานองค์การเผยแผ่วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร ในวันจันทร์ที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๕๑ เวลา ๑๗.๓๐-๒๐.๓๐ น. ณ ห้องสุรวงศ์วิวัฒน์ โรงแรมตวันนา ถนนสุรวงศ์ เขตบางรัก กทม. โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น สอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งได้ที่โทร.๐-๒๒๓๖-๐๓๖๑ ประวัติพระอาจารย์ คึกฤทธิ์ โสตฺถิผโล เกิดเมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๐๖ จบปริญญาตรี นายร้อย จปร. สาขาวิศวกรรมเครื่องกล และปริญญาโท จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะรัฐศาสตร์ จากนั้นท่านได้รับราชการทหาร โดยมียศหลังสุดในชีวิตฆราวาสเป็นพันตรี
จุดเริ่มต้นในเส้นทางธรรม พ.ศ.๒๕๒๒ ขณะกำลังเรียนอยู่เตรียมทหาร ชั้นปีที่ ๑ ระหว่างปิดเทอม โยมแม่ของท่านได้พาไปบวชกับ หลวงพ่อชา สุภัทโท ที่วัดหนองป่าพง จ.อุบลราชธานี เป็นเวลา ๑ เดือน นับเป็นครั้งแรกที่ไปสู่ดินแดนแห่งความสงบวิเวก ที่ยังใช้ชีวิตแบบง่ายๆ ตามกุฏิ ใช้การจุดเทียนให้แสงสว่าง เดินตามทางใช้ไฟฉาย น้ำอุปโภค ใช้เชือกผูกกับปิ๊บหย่อนไปในบ่อดิน ช่วยกันดึงขึ้นแล้วเทใส่ถังในรถ เข็นไปไว้ตามกุฏิ ศาลา และที่ต่างๆ อาหารขบฉันที่มีไม่มาก ต้องใช้พระตัวแทนสงฆ์มาจัดแจกแบ่งปันส่วน เพื่อให้เพียงพอกับทุกชีวิตในวัด
ในช่วงนั้นท่านได้อยู่กับหลวงพ่อชาอย่างใกล้ชิด และได้มีโอกาสสัมผัสกับธรรมะ รวมถึงข้อวัตรปฏิบัติที่เคร่งครัด สัมผัสกับจิตบริสุทธิ์ที่มีอยู่จริง จนเกิดความรู้สึกสนใจอยากศึกษา จึงเริ่มมีศรัทธาในพระพุทธศาสนา เมื่อครบกำหนดลาสิกขา กลับมาสู่การศึกษาเล่าเรียน จึงตั้งใจเริ่มฝึกหัดรักษาศีล ๕ อย่างเคร่งครัด ตามสติกำลังอยู่ตลอดมามิได้ขาด
ท่านได้กลับไปยังวัดหนองป่าพง ในทุกช่วงเวลาปิดเทอม จนกระทั่งได้มีโอกาสบวชอีกที ในตอนปิดเทอมชั้นปีที่ ๔ ของนายร้อย จปร. ในครั้งนั้นท่านได้ตั้งจิตอธิษฐานต่อหลวงพ่อชา ว่าจะใช้ชีวิตฆราวาสอีกเพียง ๑๐ ปี แล้วขอให้มีเหตุปัจจัยผลักดันให้ได้ครองเพศบรรพชิตไปตลอดชีวิต
หลัง จากท่านได้ใช้ชีวิตทางโลกอย่างปกติเรื่อยมา ท่านเล่าว่าการใช้ชีวิตโดยมีสติและธรรมะอยู่กับตัว ช่วยให้การดำเนินชีวิตทางโลกของท่านเป็นไปอย่างสะดวก ไม่เศร้าหมอง และมีส่วนสนับสนุนความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงานเป็นอย่างมาก
แต่ บางครั้งการมีสติก็ทำให้การไปเที่ยวเตร่ หรือการเที่ยวเล่นเริ่มไม่เป็นเรื่องสนุกเหมือนอย่างเคย เพราะท่านมองเห็นแต่โทษภัยของการขาดสติ โทษของการที่เผลอเพลินไปกับกิเลสต่างๆ จนในที่สุด เมื่อครบ ๑๐ ปี ตรงกับที่ได้ตั้งอธิษฐานไว้ และเป็นปีที่หลวงพ่อชาได้มรณภาพ ท่านได้เห็นสัจธรรมความไม่เที่ยงของสรรพสัตว์ทั้งหลายในโลก ท่านจึงอาศัยสิ่งนี้ผลักตัวเองให้ออกจากชีวิตทางโลก ประกอบกับเกิดความรู้สึกเบื่อหน่าย และไม่ค่อยเห็นประโยชน์ในการใช้ชีวิตฆราวาสเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งได้รู้สึกถึงความก้าวหน้าของผลการปฏิบัติ ที่ค่อยๆ ฝึกหัดกระทำมาตลอด ๑๔ ปี สิ่งเหล่านี้ได้รวมมาเป็นเหตุปัจจัยผลักดันให้ท่านเข้ามาบวชอีกครั้ง
ครั้งนี้ท่านได้เข้าสู่ร่มผ้ากาสาวพัสตร์ ที่ สำนักสงฆ์บุญญาวาส จ.ชลบุรี หลังจากบวชได้ระยะหนึ่ง ท่านได้มาบำเพ็ญภาวนา พำนักอยู่ยังผืนนาอันเป็นของโยมแม่ท่านยกถวาย ที่ถนนลำลูกกา คลองสิบ จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นที่ตั้งของ วัดนาป่าพง ในทุกวันนี้ ท่านจึงอาศัยความสันโดษวิเวกนี้ เป็นโอกาสแห่งการปฏิบัติภาวนาอย่างเต็มกำลังความสามารถ พร้อมทั้งศึกษาธรรม และวินัยจากพระโอษฐ์ควบคู่กันไป
ขณะเดียวกัน สถานที่แห่งนี้ก็ได้รับการพัฒนามาเรื่อยๆ และได้จัดตั้งเป็น วัดนาป่าพง ขึ้นมาเมื่อปี ๒๕๔๕ เป็นวัดสาขาของ วัดหนองป่าพง ลำดับที่ ๑๔๙
พระอาจารย์คึกฤทธิ์ ได้วางแนวทางการปฏิบัติของพระสงฆ์ในวัดนี้ได้อย่างชัดเจน โดยยึดแต่คำสอนที่เป็นพุทธวจนะของพระพุทธเจ้าเป็นแนวทาง ท่านได้วางนโยบายในวัด ให้มีความสงบสอดคล้องเหมือนกับการออกวิเวกธุดงค์ กำหนดกิจข้อวัตรของพระในวัดให้กระชับที่สุด และเป็นกฎเกณฑ์ของหมู่คณะที่ต้องเคร่งครัด เพื่อเปิดโอกาสให้พระได้มีเวลาในการภาวนามากๆ
โดยเฉพาะผู้ที่จะบวชในวัดนี้ ควรจะต้องมีเวลาอย่างน้อย ๑ เดือน เพื่อเตรียมตัวอยู่เป็นผ้าขาวก่อนประมาณ ๒ อาทิตย์ จากนั้นบรรพชาเป็นสามเณรอีกประมาณ ๑ อาทิตย์ จึงจะสามารถบวชเป็นพระได้ ทั้งนี้ เพื่อฝึกฝนข้อวัตรปฏิบัติ และเป็นการชำระกายใจให้บริสุทธิ์เสียก่อน เพราะเห็นว่าการบวชในระยะสั้นๆ นั้น เกิดประโยชน์น้อย และเสี่ยงต่อการทำผิดในเพศบรรพชิตได้ง่าย
ท่าน เน้นย้ำมากในเรื่องการศึกษา และปฏิบัติธรรมะว่า ควรศึกษาโดยตรง ในธรรมะจากพระโอษฐ์เท่านั้น การแสดงความเห็นของสาวก ย่อมมีข้อผิดเพี้ยน จนเป็นเหตุเสื่อมและเป็นความอันตรธานแห่งธรรมวินัยของตถาคต ในกาลยืดยาวนานฝ่ายอนาคต และเป็นเหตุแห่งการนับถือศาสนาพุทธที่ผิดเพี้ยนไปด้วย รวมถึงการนำพระพุทธศาสนาไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง
ท่านได้แนะนำการศึกษาพระพุทธศาสนาจากพระโอษฐ์ จากหนังสือที่ ท่านพุทธทาส ได้รวบรวมเฉพาะคำพูดจากพระโอษฐ์ของพระผู้มีพระภาคเจ้าโดยตรง ไม่ปนความเห็นของผู้ใด มี ๕ เล่ม คือ ๑.อริยสัจจากพระโอษฐ์ ภาคต้น ๒.อริยสัจจากพระโอษฐ์ ภาคปลาย ๓. ขุมทรัพย์จากพระโอษฐ์ ๔.พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ และ ๕.ปฏิจฺจสมุปฺบาทจากพระโอษฐ์
พระ อาจารย์คึกฤทธิ์กล่าวในตอนท้ายว่า การที่พุทธบริษัทศึกษาและปฏิบัติจากคำสอนของพระพุทธเจ้าโดยตรงเช่นนี้ จะทำให้การภาวนาเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น และเป็นทางเดียวที่จะช่วยสืบต่ออายุพระพุทธศาสนาที่บริสุทธิ์ได้อย่าง สมบูรณ์
0 "บุญนำพา" 0 ที่มาหนังสือพิมพ์คมชัดลึก | |