เทพ กำแพง เซียนพระจอมเทคโอเวอร์รังพระแห่งยุค 
เซียนพระชื่อดัง เทพ กำแพง
ข่าวฮอตเขย่าวงการพระเครื่องต้องยกให้ ข่าวการขายพระยกรังของ กำนันชูชาติ มากสัมพันธ์ เจ้าของ "พิพิธภัณฑ์พระกำนันชูชาติ" ด้วยรายจ่ายแต่ละเดือนสูงถึง ๕-๗ หมื่นบาท
กอรปกับไม่มีลูกหลานที่จะสืบทอดเจตนารมณ์ ทำให้กำนันชูชาติถึงขั้นประกาศขายพิพิธภัณฑ์ ๕๐๐ ล้านบาท โดยผู้ที่กล้าบุกรังพระกำนันชูชาติยกรัง คือ นายสุเทพ จิรวัฒน์สุนทร หรือเจ้าของฉายาที่รู้จักกันดีในวงการพระเครื่องว่า “เทพ กำแพง” นั่นเอง
ก่อนที่จะเทคโอเวอร์รังพระกำนันชูชาติ เมื่อ ๓ ปีที่แล้ว เซียนพระ เทพ กำแพง ได้เทคโอเวอร์รังพระของเชาว์ ริเวอร์ จากนั้นในปีถัดมาก็เทคโอเวอร์รังพระของ พล.ต.อ.สนอง วัฒนวรางกูร โดยทั้ง ๓ รัง มีพระมูลค่าไม่ต่ำกว่า ๕๐๐ ล้านบาท ราคาพระที่เช่ามามีอยู่หลายระดับ ถ้าเป็นพระที่แพงสุดต้องยกให้พระบูชาของรัง พล.ต.อ.สนอง โดยมีการตีราคาถึงองค์ละ ๕๐ ล้านบาท ซึ่งเป็นพระศิลปะสุโขทัย และศิลปะเชียงแสน ในขณะที่พระเครื่องต้องยกให้ พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ ซึ่งได้ชื่อว่า พระสมเด็จองค์กำนันชูชาติ ราคาสูงถึง ๓๐ ล้านบาท

“ผมรู้สึกว่าการเช่าพระครั้งละองค์สององค์มันเป็นเรื่องธรรมดา ไม่มีอะไรตื่นเต้น เหมือนเด็กๆ ซื้อขนมหวาน แต่การเช่าพระยกรัง ถือว่าเป็นสุดยอดของความตื่นเต้น เหมือนกับเราเจรจาต่อรองซื้อเครื่องบินหรือยานอวกาศอะไรทำนองนั้น การเหมารังพระขนาดเล็กในราคา ๓๐-๕๐ ล้านบาท วันนี้กลายเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้วสำหรับผมสำคัญที่สุด พระดีๆ หายากๆ เงินมากๆ ก็ไม่ใช่จะเช่าบูชาได้ เพราะปัจจัยมีมาก ผมว่าถ้าใครมีโอกาสมีความพร้อม และได้พบพระรังนี้ ผมว่ายากที่จะอดใจได้ครับ และช่วง ๑-๒ ปีนี้ ผมเชื่อว่าจะมีรังพระใหญ่ๆ แตกรังมากขึ้น เพราะผมบุกขอเช่าเหมารังตลอด ขณะเดียวกันเจ้าของรังพระใหญ่ๆ ก็โทรมาเสนอขายยกรังด้วย เพราะขึ้นชื่อว่า จอมเทคโอเวอร์รังพระแห่งวงการพระเครื่องเมืองไทย” นี่คือคำกล่าวของเทพ กำแพง
ทั้งนี้ เทพ กำแพง ได้เปรียบเทียบมนต์เสน่ห์ของพระในรังที่ไปเช่ามาให้ฟังว่า พระบางองค์ถือเป็นพระองค์สำคัญของวงการพระเลยก็ว่าได้ คนยุคเราสมัยเราโอกาสจะหาคงไม่มี โอกาสจะเห็นก็น้อยมาก แต่ตรงจุดนี้ผมมีโอกาสจะเช่าได้แล้ว ผมว่าผมโชคดีมาก คงหาโอกาสเช่นนี้ไม่ได้อีกแล้ว ถ้าไม่เช่าครั้งนี้คงจะเสียดายไปตลอดชีวิต รังพระของเฮียเชาว์ เป็นพระที่ลึกลับ เป็นพระที่ทั้งเซียนพระและคนทั่วๆ ไป น้อยคนนักที่จะรู้ว่าเป็นพระอะไร ที่สำคัญ คือ น่าจะเป็นรังพระที่ใหญ่สุดของประเทศไทย จำนวนพระของเฮียเชาว์มีกี่องค์ไม่รู้ แต่ต้องใช้รถบรรทุกสิบล้อกว่า ๑๐ คัน ในการขนออกจากรัง ส่วนรังพระของ พล.ต.อ.สนอง ถือว่าเป็นสุดยอดแห่งรังพระบูชา ในขณะที่รังพระของกำนันชูชาติขึ้นชื่อว่าเป็นรังพระสุดยอดของพระเครื่อง
สำหรับเหตุผลของการแตกรังทั้ง ๓ นั้น เทพ กำแพง บอกว่า ไม่ใช่เรื่องของเศรษฐกิจทั้งหมดเลยทีเดียว เพราะเป็นที่รู้กันในวงการพระดีอยู่แล้วว่าไม่มีใครอยากขายพระซึ่งสะสมมาทั้งชีวิต แต่เมื่ออายุมากขึ้น ความอิ่มตัวเรื่องพระก็อิ่มตาม ในขณะที่ทายาทเป็นลูกไม้หล่นไกลต้น บางคนหล่นออกไปนอกโลกด้วยซ้ำไป เจ้าของรังพระส่วนใหญ่เกรงว่าพระที่มีอยู่ลูกหลานไม่สามารถรักษาไว้ได้ เช่น กรณีของกำนันชูชาติไม่มีทายาทที่จะสืบทอดเรื่องพระ แม้ว่าจะแบ่งพระให้ลูกหลานได้แต่ลูกหลานส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าพระแต่ละองค์มีราคาเท่าไร ท่านจึงขายแลกเป็นเงินแบ่งให้ลูกหลานไปใช้ ทั้งนี้จะเก็บไว้ใช้เฉพาะบางองค์เท่านั้น ทุกครั้งที่พระแตกรังส่งผลดีต่อคนวงการพระโดยตรง พระเครื่องจากรังกำนันชูชาติมีทั้งพระบูชา พระเครื่อง พระบูชามีตั้งแต่สมัยศรีวิชัย ทวาราวดี อินเดีย อินเดียใต้ ศรีลังกา เชียงแสน สุโขทัย เรียกว่าครบทุกสมัย หลายขนาด ตั้งแต่ ๒๘ นิ้ว จนถึง ๑ นิ้วไว้ขึ้นคอ พุทธศิลป์ล้วนงดงาม สกุลช่างล้ำลึกจริงๆ เพราะคนเขาเก็บเป็น และชื่นชอบพระบูชา เป็นที่รู้กัน ส่วนพระเครื่อง มีพระกริ่งตั้งแต่ สังฆราชแพ ท่านเจ้ามา พระกริ่งพระชัยวัฒน์ทองคำ พระกริ่งสำคัญหลายองค์ นับร้อย ส่วนเครื่องรางชั้นนำทั้งสิ้น ทั้งตะกรุดหลวงปู่เอี่ยม เสือหลวงพ่อปาน ฯลฯ พระที่เช่ามายกรังนั้นบางส่วนได้กระจายไปอยู่ในรังใหม่ของลูกค้าขาประจำและขาจร ทั้งนี้จะเก็บพระที่ชอบ สวยสมบูรณ์ และหายากไว้ในรังของตนเอง
เมื่อถามถึงการตีราคาพระยกรังนั้น ศูนย์พระเครื่อง เทพ กำแพง บอกว่า จริงอยู่ราคาเช่าอาจจะตึงไปหน่อยอย่างที่เซียนพระหลายท่านทักท้วง แต่ถ้าคนเป็นนักสะสมพระ รักในศาสตร์และศิลป์แขนงนี้ แล้วได้เห็นพระดีๆ ลึกๆ หายากยิ่ง หลายๆ องค์เช่นนี้ แม้วันนี้ต้องจ่ายแพงสักหน่อย แต่ถ้าเป็นอนาคตคิดว่าไม่แพง การเช่าพระยกรังแน่นอนที่สุดว่า ต้องโดนเป็นเรื่องธรรมดาแต่ต้องทำใจ เพราะขนาดเช่าองค์เดียวยังเคยโดนเลย แล้วเช่ายกรังแน่นอนที่สุดต้องโดนเป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเช่าพระรอดลำพูนในราคา ๓ ล้านบาท ครั้งนั้นตัดสินใจเช่าในตอนกลางคืน พอรุ่งเช้ากลับกลายเป็นพระปลอม
ตอนเช่าพระของเฮียเชาว์ไม่ได้เห็นของเพียงแต่พูดคุยกันเท่านั้นว่ามีพระอะไรบ้าง จากนั้นตกลงขายกันเลยต่อราคาได้บ้างเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ในขณะที่พระในรัง ของ พล.ต.อ.สนอง และกำนันชูชาติ ได้ดูพระก่อนว่ามีอะไรบ้าง ทำให้สามารถตีราคาได้ใกล้เคียงกับราคาจริงจากนั้นเจ้าของรังก็เสนอราคามา โดยเจ้าของรังพระเข้าใจว่าพระที่มีอยู่ในรังทั้งหมดเป็นของแท้ ในขณะที่เราต้องคำนวณบวกลบว่าพระองค์ไหนแท้องค์ไหนปลอม จากนั้นก็ต่อรองราคา ซึ่งส่วนใหญ่จะลดราคาให้ในหลักสิบล้านบาทด้วยเหตุที่ว่าจ่ายเป็นเงินก้อน เว้นแต่กรณีรังของเฮียเชาว์รังเดียวเท่านั้นที่มีการตีเช็คล่วงหน้า
“ทุกอย่างมันเป็นวัฏจักร อย่างกับหลักธรรมที่ว่า เกิดขึ้นในเบื้องต้น เปลี่ยนแปลงในท่ามกลางและดับลงในบั่นปลาย อย่าไปยึดติดว่าพระเครื่องจะเป็นของเราและอยู่กับเราไปตลอดชีวิต ให้คิดเสียว่าเป็นสมบัติผลัดกันชม เป็นทรัพย์เป็นสมบัติของแผ่นดิน เป็นมรดกทางพุทธศาสนา ผมไม่เชื่อว่าจะมีรังพระไหนเป็นอมตะตลอดกาล วันนี้ผมมีแรงไปเทคโอเวอร์รังพระคนอื่น วันหน้าคลื่นลูกใหม่มาแรงรังพระของเทพ กำแพงก็ต้องแตกรังเหมือนกับรังพระที่แตกรังทุกๆ ปี วันนี้พระอยู่กับเราวันหน้าย่อมเปลี่ยนมือ พระหลายองค์เปลี่ยนมือองค์ละหลายๆ ครั้ง และทุกครั้งราคาเพิ่มขึ้นตลอด” เทพ กำแพง กล่าว
เรื่องและภาพ ไตรเทพ ไกรงู คมชัดลึก
|